ญาติผู้ต้องหาคดีความมั่นคงร้องสื่อ ขอแม่ทัพภาค 4 ให้ความปลอดภัยผู้ต้องสงสัย

240

ญาติผู้ต้องสงสัยคดีความมั่นคงในพื้นที่ ม.6 ต.ปุยุด อ.เมือง จ.ปัตตานี ร้องสื่อเพื่อขอความเป็นธรรม เผยไม่มั่นใจความปลอดภัยในระหว่างควบคุมตัว วอนแม่ทัพภาค 4 กวดขันเรื่องนี้ด้วย

วันที่ 20 ธ.ค.กรณีปฏิบัติการณ์ของเจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี ในพื้นที่ ม.6 ต.ปุยุด อ.เมือง จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 59 ที่ผ่านมา โดยผลการตรวจสอบพบจุดซุกซ่อนวัตถุพยานจำนวน 3 จุด ดังนี้ 1. ตรวจพบแกลอนขนาด 30 ลิตร ภายในบรรจุวัตถุมีลักษณะคล้ายปุ๋ย, 2.ตรวจพบเหล็กเส้นตัดคละขนาด และ 3.ตรวจพบอาวุธปืนสั้นจำนวน 3 กระบอก ได้แก่ อาวุธปืนสั้นยี่ห้อบาเรคสต้า ขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก, อาวุธปืนสั้นยี่ห้อสมิทแอนวัสสัน ขนาด .357 จำนวน 1 กระบอก และอาวุธปืนสั้นยี่ห้อเทารัส ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก นอกจากนั้นยังพบลูกกระสุนปืน ขนาด 5.56 จำนวน 324 นัด กระสุนปืน ขนาด .38 จำนวน 37 นัด กระสุนปืน ขนาด 9 มม. จำนวน 9 นัด กระสุนปืน ขนาด .357 จำนวน 42 นัด ซองกระซุนปืนยาว จำนวน 1 ซอง โทรศัพท์มือถือ จำนวน 12 เครื่อง ภายหลังจากการตรวจค้นในครั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัว 4 คน ในฐานะผู้ต้องสงสัย เพื่อเข้าสู่กระบวนการซักถามที่ฐานปฏิบัติหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี 23 ตั้งอยู่ภายในวัดหลักเมืองปัตตานี ก่อนที่จะถูกส่งตัวที่ค่ายอิงคยุทธบริหาร อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ประกอบด้วย นายชารี อีปง, นายแวมูฮำหมัด โต๊ะอีเล, น.ส.แวฟาตีเมาะห์ โต๊ะอีเล และ นายฮามิ เจะมะ

ล่าสุดญาติผู้ต้องสงสัยได้ร้องสื่อมวลชนเพื่อขอความเป็นธรรมจากกรณีดังกล่าว เนื่องจากไม่มั่นใจในความปลอดภัย และรูปคดีความที่อาจถามมา โดยนางแอเซาะห์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า วันเกิดเหตุเมื่อเวลาประมาณ 03.00 ของวันดังกล่าวได้มีเจ้าหน้าที่ทหารแต่งชุดดำประมาณ 100 กว่านาย พร้อมอาวุธครบมือทำการปิดล้อมบ้านเลขที่ 97 ม.6 ต.ปูยุด อ.เมือง จ.ปัตตานี และเข้าตรวจค้นภายในบ้านอย่างละเอียด โดยเจ้าหน้าที่อ้างเพื่อควบคุมตัว นายอิลยาส โต๊ะอีเล ในฐานะผู้ต้องสงสัยก่อคดีความมั่นคง แต่จากการตรวจค้นในครั้งนี้เจ้าหน้าที่ไม่พบนายอิลยาสแต่อย่างใด จึงประสานไปยังเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานปัตตานี เพื่อทำการตรวจดีเอ็นเอญาติพี่น้องของนายอิลยาสทั้งบ้าน เพื่อเปรียบเทียบดีเอ็นเอของนายอิลยาส ในระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่ได้แบ่งกำลังเข้าไปปิดล้อมตรวจค้นภายในสวนยาง ซึ่งตั้งเป็นโรงเพาะเห็ดฝางของนายอิลยาส ทำเป็นอาชีพ ห่างจากจุดแรกประมาณ 1 กิโลเมตร ซึ่งจากการตรวจค้นจุดนี้เจ้าหน้าที่พบวัตถุพยานหรือของจำนวนหลายรายการ แต่ก็ไม่พบนายอิลยาสแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงประสานผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่เพื่อเชิญเจ้าของสวนมารับทราบ จากนั้นผู้ใหญ่บ้านพร้อมเจ้าของสวนซึ่งเป็นป้าของนายอิลยาสเดินทางไปทันที เมื่อมาถึงเจ้าหน้าที่ก็ชี้ให้ดูวัตถุพยานที่พบภายในที่ดินดังกล่าว เป็นอาวุธปืนที่ห่อไว้ในถุงหิ้วซ้อนกันหลายชั้นวางไว้ริมทางเข้าสวน และวัตถุอื่นๆ อีกหลายรายการที่วางไว้ในดินแปลงที่ติดกัน ทำให้ผู้ใหญ่บ้านและเจ้าของสวนนั้นตกใจ และไม่เชื่อว่าของกลางทั้งหมดเป็นของหลานชายตัวเอง

ด้าน นายต่วนรอซือดี นินาวา ผู้ใหญ่บ้าน ม.6 ต.ปูยุด ได้กล่าวว่า ตนเองก็เข้าออกในพื้นที่ตรงนั้นทุกวัน และพบเห็นนายอิลยาสเป็นเด็กขยันทำงาน ทำทุกอย่างไม่เลือกงาน ตลอดระยะเวลา 3 เดือนมาแล้วที่เห็นนายอิยาสทำโรงเพาะเห็ดเพื่อขายเป็นอาชีพ เก็บเกี่ยวหลายรุ่นแล้วผมเองก็สบายใจเห็นเยาวชนขยันทำงานไม่เกะกะหรือมั่วกับยาเสพติด จึงนึกเสมอถ้ามีงบสักหมื่นจะสนับสนุนให้น้องเข้าทำเป็นทุนเพื่อเป็นเยี่ยงอย่างให้กับเยาวชนคนอื่นๆ “ไม่นึกเลยว่าจะเกิดเหตุเหล่านี้ขึ้นผมเสียใจมาก จึงอยากให้ทุกฝ่ายทำงานด้วยใจ และมีความรอบคอบมากกว่านี้ เพราะในสวนป่ายางมีถนนผ่านเข้าออกใครก็เข้ามาได้ ของกลางที่พบนั้นผมเองก็ไม่รู้ว่ามันเป็นของใคร แต่ทำไมเจ้าหน้าที่ดูเหมือนหมายตัวนายอิลยาสมากไปหรือเปล่า และที่เห็นในวันนั้นคือมีการตกเงินรางวัลให้กับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในวันนั้นอย่างชื้นมื่น ท่ามกลางชาวบ้านที่หวั่นวิตกและกังวลกับสิ่งที่เกิดขึ้น” ผู้ใหญ่บ้าน ม.6 ต.ปูยุด กล่าว

ด้าน นายแวดอเลาะ เจ๊มะ พ่อของฮามิ เจ๊ะมะ อยู่บ้านเลขที่ 18 ม.1 ต.คลองมานิง อ.เมือง จ.ปัตตานี หนึ่งในผู้ต้องสงสัยที่ถูกควบคุมตัวเข้าสู่กระบวนการซักถาม กล่าวด้วยน้ำตาคลอว่า เป็นห่วงลูกชายจะถูกกลั่นแกล้ง เพราะลูกชายหลังจากพ้นโทษคดีอาวุธปืนสงครามมาแล้วทั้งที่ไม่ใช่ของตัวเอง ก็กลับมามุ่งหน้าทำงานรับจ้างเลี้ยงปลาดุก จับปลาดุก เลี้ยงวัวแกะ แล้วไม่เคยไปไหน จนกระทั่งเมื่อเช้ามืดของวันที่ 18 ธันวาคมที่ผ่านมา ภายหลังเดินกลับจากละหมาดที่มัสยิดเพื่อเข้าบ้าน แต่กลับบ้านไม่ได้เจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้เข้าไป โดยเจ้าหน้าที่บอกเข้าไม่ได้ข้างในมีเหตุ เลยต้องนั่งรอบริเวณปากซอยเข้าบ้านจนสว่าง ถึงรู้ว่าเจ้าหน้าที่กำลังเข้าตรวจค้นที่บ้านจึงรีบเข้าไปแสดงตัวเป็นเจ้าของบ้าน ซึ่งภายหลังจากตรวจค้นไม่พบสิ่งผิดกฎหมายแต่อย่างใด

“จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัว นายฮามิ เจะมะ ลูกชาย บอกว่าจะพาไปสอบซักถามที่วัดหลักเมืองปัตตานี ก่อนส่งตัวไปยังค่ายอิงคยุทธบริหาร อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ในระหว่างที่ได้มีการปิดล้อมตรวจค้น จึงได้พยายามสอบถามเจ้าหน้าที่ว่าลูกชายทำผิดเกี่ยวกับอะไร เรื่องคดีเก่าหรือเปล่า เจ้าหน้าที่บอกว่าไม่ใช่ แต่เป็นกรณีตรวจค้นที่ปูยุดตรวจพบอาวุธปืนหลายกระบอก ซึ่งส่วนหนึ่งถูกซักทอดมาจากนายฮามิ จึงทำให้ญาติผู้ต้องสงสัยไม่เข้าใจว่าในเมื่อตรวจค้นที่ปูยุดกับที่คลองมานิงเวลาเดียวกัน แล้วที่ตรวจค้นที่ปูยุดไม่ได้ตัวเจ้าของอาวุธปืนแล้วมีการซัดทอดกันอย่างไร” นายแวดอเลาะ เจ๊มะ กล่าว

Mgr-online