ชั้นฟ้าทำหน้าที่เสมือนหลังคาปกป้องโลก”กุรอ่านกล่าวไว้ในนานแล้ว นักวิทยาศาสตร์เพิ่งค้นพบ

915
ชั้นฟ้าทำหน้าที่เสมือนหลังคาปกป้องโลก
ดร.วินัย ดะห์ลัน

นักวิทยาศาสตร์ในวันนี้รู้ว่านับจากผิวทะเลสูงขึ้นไปบนอากาศ โลกมีชั้นบรรยากาศห่อหุ้มอยู่เป็นชั้นๆเริ่มจากชั้นแรกตั้งแต่ 0 ถึง 10 กิโลเมตรเป็นชั้นที่เรียกว่า “โทรโพสเฟียร์” อากาศหนาแน่นและแปรปรวน เครื่องบินหากต้องการบินในระดับที่มีแรงเสียดทานของอากาศน้อย แปรปรวนต่ำ ต้องบินให้สูงกว่าชั้นนี้ ชั้นที่สองมีชื่อว่า “สตราโทสเฟียร์” นับตั้งแต่ 10-45 กิโลเมตร เป็นชั้นที่ค่อนข้างปลอดความแปรปรวน ชั้นที่สามเรียกว่า “มีโซสเฟียร์” ตั้งแต่ 45-80 กิโลเมตร อุณหภูมิค่อนข้างต่ำ ชั้นที่สี่คือ “เทอร์โมสเฟียร์” ตั้งแต่ 80-500 กิโลเมตรจากผิวโลก อุณหภูมิกลับสูงขึ้นจาก 227-1,727 องศาเซลเซียส ชั้นที่ห้าคือ “เอ็กโซสเฟียร์” นับจาก 500 กิโลเมตรขึ้นไปจนถึง 1,000 กิโลเมตรไม่เกิน 10,000 กิโลเมตรซึ่งถือเป็นชั้นนอกสุดของชั้นบรรยากาศของโลก อุณหภูมิสูงขึ้นถึง 726 องศา

บรรยากาศห่อหุ้มโลกเป็นชั้นๆเช่นนี้ ทำหน้าที่ปกป้องโลกจากอันตรายต่างๆที่มาจากอวกาศไม่ว่าจะเป็นรังสีอันตรายหรือสะเก็ดดาวต่างๆที่มีเกลื่อนกลาด เมื่อผ่านเข้าสู่ชั้นบรรยากาศของโลก เศษดาวเหล่านี้ถูกเผาไหม้กลายเป็นจุลมองเห็นจากพื้นโลกในรูปของดาวตกหรือผีพุ่งใต้บรรยากาศห่อหุ้มโลกจึงทำหน้าที่เสมือนหลังคาป้องกันผิวโลกรวมทั้งสิ่งมีชีวิตเช่นมนุษย์ไม่ให้ได้รับอันตรายจากปัญหาต่างๆที่มาจากอวกาศ เรื่องนี้นักวิทยาศาสตร์ยุคใหม่รู้กันดีอยู่แล้ว

มนุษย์อาศัยอยู่บนผิวโลกมีอากาศหนาแน่น หายใจปลอดโปร่ง แต่เมื่อต้องเดินทางสูงขึ้นไปด้านบนท้องฟ้า ความรู้สึกปลอดโปร่ง หายใจโล่งจะค่อยๆหายไปจนกระทั่งเริ่มรู้สึกอึดอัดในระดับความสูง 6,000 เมตรจนถึงความสูง 8,000 เมตรมนุษย์ไม่สามารถหายใจได้แล้วเนื่องจากขาดอ็อกซิเจนกระทั่งต้องใช้เครื่องช่วยหายใจเท่านั้น ความรู้สึกอึดอัดเพราะขาดอากาศหายใจในพื้นที่สูงเช่นนี้คนอาหรับในทะเลทรายอาระเบียไม่เคยรู้จักมาก่อนเนื่องจากเทือกเขาสูงสุดของพื้นที่แถบนี้คือจะบัลเซาดาสูงเพียง 3,000 เมตรเท่านั้น ส่วนที่สูงที่สุดในโลกตะวันออกกลางคือภูเขาดามาวันด์ (Damavand) ในอิหร่านสูง 5,600 เมตร ซึ่งยังไม่เกิดอาการอึดอัดหายใจลำบาก คนในโลกอาหรับยุคเก่าจึงไม่รู้จักอาการหายใจติดขัด แต่ไฉนเรื่องเช่นนี้จึงปรากฏในอัลกุรอาน

فَمَن يُرِدِ ٱللَّهُ أَن يَهۡدِيَهُ ۥ يَشۡرَحۡ صَدۡرَهُ ۥ لِلۡإِسۡلَـٰمِ‌ۖ وَمَن يُرِدۡ أَن يُضِلَّهُ ۥ يَجۡعَلۡ صَدۡرَهُ ۥ ضَيِّقًا حَرَجً۬ا ڪَأَنَّمَا يَصَّعَّدُ فِى ٱلسَّمَآءِ‌ۚ ڪَذَٲلِكَ يَجۡعَلُ ٱللَّهُ ٱلرِّجۡسَ عَلَى ٱلَّذِينَ لَا يُؤۡمِنُونَ

“ผู้ใดที่อัลลอฮฺทรงต้องการจะแนะนำเขาก็จะทรงให้หัวอกของเขาเบิกบานเพื่ออิสลามและผู้ใดที่พระองค์ทรงต้องการจะปล่อยให้เขาหลงทางก็จะทรงให้ทรวงอกของพวกเขาแคบอึดอัด ประหนึ่งว่าเขากำลังขึ้นไปบนฟากฟ้าในทำนองนั้นแหละอัลลอฮฺจะทรงให้มีความโสมมแก่บรรดาผู้ที่ไม่ศรัทธา” อัลอันอาม 6:125

อัลกุรอานชี้ชัดว่าเมื่อมนุษย์ขึ้นสู่ฟากฟ้าย่อมเกิดภาวะอึดอัดกระทั่งหายใจไม่ออก ยิ่งไปกว่านั้นอัลกุรอานยังยืนยันด้วยว่าชั้นฟ้าที่ห่อหุ้มโลกนี้ทำหน้าที่เป็นหลังคา ลอยอยู่สูงไม่ตกลงมา ทั้งหมดคือสัญญาณที่แสดงให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของอัลลอฮฺ

وَجَعَلۡنَا ٱلسَّمَآءَ سَقۡفً۬ا مَّحۡفُوظً۬ا‌ۖ وَهُمۡ عَنۡ ءَايَـٰتِہَا مُعۡرِضُونَ

“และเรา (อัลลอฮฺ) ได้ทำให้ชั้นฟ้าเป็นหลังคาถูกรักษาไว้ไม่ให้หล่นลงมา และพวกเขาก็ยังผินหลังให้สัญญาณต่างๆของมัน” อัลอัมบิยาอฺ 21:32