‘อลงกรณ์’ แนะวิธี ‘นคร’ อย่าเข้าเพื่อไทย แก้ข้อครหาด่า ปชป. หวังใบเบิกทางตีตั๋วเข้า พท.

61
นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศและอดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศและอดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศและอดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  แสดงความเห็นกรณีพรรคประชาธิปัตย์จะฟ้อง นายนคร มาฉิม อดีต ส.ส.ปชป. ว่า… “เป็นสิทธิโดยชอบของพรรคประชาธิปัตย์ที่จะฟ้องร้องต่อศาลหรือแจ้งความดำเนินคดีเพื่อปกป้องชื่อเสียงเกียรติภูมิ   เพราะข้อกล่าวหาว่าสมรู้ร่วมคิดดำเนินการอย่างเป็นขบวนการโค่นล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งด้วยวิธีการนอกแนวทางระบอบประชาธิปไตยนั้น  เป็นข้อกล่าวหาที่รุนแรงและมีโทษร้ายแรงถึงขั้นยุบพรรค ” 

อีกทั้งนายนครเองก็ยืนยันว่าพร้อมจะนำพยานหลักฐานเข้าพิสูจน์ในชั้นศาล  ซึ่งตนเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการรับรู้ของสาธารณชนถึงเบื้องลึกเบื้องหลังของปัญหาการเมือง  เพื่อจะได้ทราบถึงสาเหตุที่แท้จริงและหาทางแก้ไขปฏิรูปการเมืองให้ดีขึ้นต่อไปเนื่องจาก 10 ปีที่ผ่านมา ระบบการเมืองแข่งขันกันรุนแรงมากขึ้นมีการทุจริตคอรัปชั่นกันมากมายในระยะหลังทำให้การต่อสู้ทางการเมืองเริ่มใช้วิธีการนอกลู่นอกรอยสร้างความแตกแยกแบ่งประชาชนเป็นฝักฝ่ายใช้ความรุนแรงประหัตประหารกันจนเกือบเกิดสงครามกลางเมือง  ในที่สุดก็รักษาประชาธิปไตยไว้ไม่ได้เกิดการรัฐประหารในที่สุดเหมือนวงจรอุบาทก์เป็นเช่นนี้ 13 ครั้งตั้งแต่ ปี2475 เป็นต้นมา

นายอลงกรณ์ กล่าวว่า…ส่วนการขอโทษอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร และนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ของนายนคร มาฉิม เป็นสิทธิ์ส่วนบุคคล แต่เหตุผลที่นายนคร มาฉิม ยกขึ้นมานั้นเป็นความจริงเพียงครึ่งเดียว ที่เรียกว่า half truth เหมือนด้านเดียวของเหรียญ  ซึ่งควรที่จะมีการพิสูจน์ความจริงในข้อกล่าวอ้างดังกล่าวจะในทางศาลหรือการชี้แจงข้อเท็จจริงจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง  แต่สิ่งที่นายนคร ไม่กล่าวถึงคือปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นและการใช้อำนาจอย่างฉ้อฉลรวมทั้งการเสนอกฎหมายนิรโทษกรรมแบบสุดซอย  เพื่อตนเองและพวกพ้องจนถูกสื่อมวลชนขนานนามว่าเป็นยุคโคตรโกงหรือโกงทั้งโคตรและเป็นสาเหตุข้ออ้างหนึ่งของการรัฐประหารในปี 2549 และ 2557 และนายนคร เองก็เคยร่วมคณะตรวจสอบการทุจริตที่ตนเป็นประธานในช่วงปี2545-2549 ย่อมทราบดีว่าอะไรเป็นอะไร

แฟ้มไฟล์ภาพ นายนคร มาฉิม จากมติชน

          “สำหรับ นายนคร นั้นโดยส่วนตัวรู้จักและเคยทำงานร่วมกันในพรรคประชาธิปัตย์และในสภาผู้แทนกว่า 10 ปี ถือว่าเป็นนักการเมืองที่ดีมีอุดมการณ์ประชาธิปไตยยึดมั่นระบบรัฐสภาและต่อต้านเผด็จการชัดเจน ตนไม่รู้เหตุผลหรือเหตุจูงใจในการแสดงออกล่าสุดในครั้งนี้  แต่ในฐานะพี่อยากแนะนำน้องว่าอย่าเข้าพรรคเพื่อไทยมิฉะนั้นจะถูกมองว่าการแสดงออกล่าสุดเป็นเพียงใบเบิกทางตีตั๋วเข้าพรรคเพื่อไทยโดยเผาบ้านเก่าทิ้งเท่านั้น นายนคร ควรเข้าพรรคอื่นที่มีอุดมการณ์ตรงกันจะดีต่ออนาคตทางการเมืองในวันข้างหน้า” นายอลงกรณ์ กล่าว.

 

Source: https://www.thaipost.net/main/detail/14584