อิสลาม เรามาถึงจุดนี้ได้งัย!

837

เรามาถึงจุดนี้ได้ไง…?
สภาพสังคมมุสลิมมาถึงจุดนี้ได้ไง…?

1-จุดที่… บิดอะห์ ชีริก กูฟูร ดอลาละห์ มีแจกมากกว่าการแจกใบปลิวตามท้องถนน
…การตัดสินใครสักคนมันง่ายขนาดนี้เลยหรือ?

2-จุดที่… คนที่ไม่มีความรู้ศาสนา พูดเรียกร้องให้ตามอัลกุรอ่าน และ อัลฮาดิษ โดยไม่ต้องตามบรรดาอุลามาอ์ ทั้งๆที่ส่วนมากของคนที่เรียกร้องเหล่านั้น เข้าใจอัลกุรอ่าน และ อัลฮาดิษ ผ่านหนังสือแปลไทย และฟังบรรยายบ้างเป็นครั้งเป็นคราว โดยให้เหตุผลว่า ” อุลามาอ์เป็นคน ซึ่งแน่นอนย่อมมีความผิด และ อาจผิดพลาดได้ เลยสมควรที่จะตามอัลกุรอ่านและอัลฮาดิษโดยตรง ” และพวกเขาเลือกรับฟังข้อมูลข้างเดียว โดยไม่รับฟังหลักฐานของฝ่ายที่ตรงข้ามกับพวกเขา ไม่ว่าหลักฐานนั้นจะมีมากมายขนาดไหนก็ตาม
…ตกลงพวกเขาเข้าใจว่าอุลามาอ์ ไม่ตามอัลกุรอ่านและอัลฮาดิษกระนั้นหรือ? หรือพวกเขาไม่เข้าใจอะไรเลยกระนั้นหรือ?

3-จุดที่… คนมากมายที่ไม่มีความรู้ แต่กลับเข้าใจว่าตัวเองเป็นผู้รู้ และพร้อมที่จะตอบคำถาม และ แสดงความคิดเห็นในเรื่องของฮู่ก่มศาสนา ทั้งๆที่ตัวเองยังเข้าใจฮู่ก่มศาสนาด้วยตัวเอง ผ่านหนังสือแปลไทยอยู่เลย
…ใครกันที่ทำให้พวกเข้าใจว่าศาสนามันง่าย จนถึงขนาดที่ใครๆก็สามารถเข้าใจฮู่ก่มศาสนาเองได้

4-จุดที่… รายการทีวีทางดาวเทียม องค์กรศาสนาต่างๆนาๆ สามารถรับซากาตได้
โดยบอกว่ารับในฐานะ
“คนที่อยู่ในหนทางของอัลลอฮ์”…?
ตกลง รายการทีวีทางดาวเทียม องค์กรศาสนาอยู่ในหนทางของอัลลอฮ์ ในด้านผลบุญอย่างเดียว หรือ ในด้านฮู่ก่มการปฎิบัติต่างๆด้วย…? และคำว่า
“คนที่อยู่ในหนทางของอัลลอฮ์”ในอายะห์อัลกุรอ่าน ที่สามารถรับซากาตได้หมายถึง คนที่ออกสงครามโดยไม่ได้รับเงินเดือนจากทางรัฐบาลมุสลิมอย่างเดียวหรือเปล่า… ? แล้วถ้าคนที่มีส่วนร่วมในการจัดทำรายการทีวีทางดาวเทียม หรือ องค์กรศาสนา ที่บอกว่าตนเองอยู่ในหนทางของอัลลอฮ์ตามอายะห์กุรอ่าน
ข้างต้น ซึ่งบรรดาอุลามะห์ นักฟูกอฮาอ์ และนักมูฟัซซิร ต่างบอกว่า “คนที่อยุ่ในหนทางของอัลลออ์” ในอายะห์ คือ นักรบที่ไม่มีเงินเดือนจากทางรัฐ และไม่ได้ทรัพ فئ เมื่อพวกเขาตาย ถือว่าตายชาฮีดด้วยมั้ย…?
แล้วถ้าอยู่ในหนทางของอัลลอฮ์ในด้านฮู่ก่ม
การปฎิบัติต่างๆเหมือนนักรบด้วย รับซากาตก็รับในฐานะนักรบ ทำไมพอเวลาตาย
ถึงไม่ปฎิบัติเหมือนนักรบที่ตายชาฮีดในสงคราม แค่ฝังพอ…?

5-จุดที่… บรรดาอุลามาอ์ในอดีต ถูกจาบจ้วงจากคนบางกลุ่มที่ถูกเรียกว่า ” ผู้รู้ ” ในยุคนี้ โดยพวกเขาพร้อมโจมตีทุกคนที่เห็นต่าง ไม่ว่าคนคนนั้นจะเป็นใคร
…ตกลงพวกเขากลุ่มเดียวกระนั้นหรือที่อยู่บนความถูกต้อง และทุกคนที่เห็นต่างคือกลุ่มชนที่อยู่บนความหลงผิด?
…เป็นไปได้อย่างไรที่อุลามะห์ทั้ง4มัสฮับจะอยู่บนความหลงผิด แล้วผู้คนมากมายในช่วงพันกว่าปีกลับยึดตามพวกเขาอย่างคนหูหนวกตาบอด?
… เป็นไปได้กระนั้นหรือที่อัลกุรอ่าน และ อัลฮาดิษ เพิ่งจะมาถูกเข้าใจอย่างถูกต้องจากคนในยุคนี้?

6- จุดที่… คนที่ไม่มีความรู้มากมาย สามารถวิจารณ์ และตำหนิ บรรดาผู้มีความรู้อย่างลึกซึ้งในยุคก่อน ซึ่งที่ความรู้ของพวกเขาถูกยอมรับจากคนทั่วโลก และบรรดาผู้ที่มีความรู้ในยุคปัจจุบัน ได้อย่างเมามัน ทั้งๆที่พวกที่วิจารณ์หลายๆคน เพียงแค่ฟังมา ซึ่งพวกเขาอ่านหนังสือภาษาอาหรับไม่ออก ไม่ได้เรียน
วิชานาฮู ซอรอฟ และวิชาอื่นๆ อีกทั้งยังกล่าวหาว่าวิชาเหล่านี้ เป็นบิดอะห์ ไม่มีในสมัยนบี และสามารถเข้าใจอัลกุรอ่าน และ อัลฮาดิษ โดยไม่ต้องเข้าใจวิชาเหล่านี้ก็ได้

7-จุดที่…หนังสือของบรรดาอุลามะห์ยุคก่อนมากมาย ถูกดัดแปลง และ บิดเบือน จากคนบางกลุ่มอย่างหน้าไม่อาย เพียงเพื่อให้เนื้อหาในหนังสือนั้นสอดคล้องกับความเชื่อ และ ความต้องการของตนเอง อีกทั้งยังมีคนโง่ๆอีกมากมาย ที่ใช้หนังสือที่ถูกดัดแปลง และบิดเบือนแล้ว แต่กลับบอกว่าสิ่งที่ตนยกมา เป็นสิ่งที่มาจากผู้แต่งหนังสือเอง เพียงเพื่อจะเอาชนะในการโต้เถียง โดยไม่ละอายใจในสิ่งที่ทำอยู่

8-จุดที่…ความสุขและความรื่นเริงในวันอีด ที่เคยรู้สึก และรับรู้ได้เหมือนเมื่อก่อน
ในระหว่างเครือญาติและพี่น้องมุสลิมในหลายพื้นที่หมดไป เนื่องจากออกอีดไม่ตรงกัน เพราะคนที่ไม่มีความรู้หลงเชื่อ
ผู้ที่ถูกเรียกว่าเป็นผู้รู้ ที่บอกให้มวลชนของตัวเอง ออกอีดตามซาอุดี้ และไม่ต้องตามผู้นำประเทศที่ตนเองอาศัยอยู่ โดยอ้างหลักฐานแบบโคตรกว้างจากฮาดิษ โดยไม่เหลียวมองชนในยุคก่อน ว่ามีสักประเทศไหมในอดีตที่อยู่ห่างไกลโคตรไกล เหมือนประเทศไทย เป็นประเทศที่เห็นเห็นดวงอาทิตย์ และดวงจันทร์ก่อน ที่จะมาออกอีดตามประเทศซาอุดี้
หรือ ประเทศซาอุดี้ ในสมัยก่อน เมื่อเห็นดวงจันทร์ และจะส่งม้าเร็วไปตามประเทศที่เห็นดวงอาทิตย์ และดวงจันทร์ก่อน เพื่อเรียกร้องให้ประเทศต่างๆมาออกอีดตามประเทศตน

9-จุดที่… ญาติพี่น้อง เพื่อนๆ ที่เคยสามารถสังสรรค์ พบปะ พูดคุยกันได้ในทุกเรื่อง ยามที่มีโอกาสได้มาพบกัน. แต่หลังจากที่มีญาติพี่น้อง หรือ เพื่อนบางคน ที่คล้อยตามคนบางกลุ่ม เพราะคำพูดสวยหรูที่แฝงไปด้วยอันตราย เหมือนดังแอปเปิ้ลอาบยาพิษ เนื่องจากความรู้ที่เท่าไม่ถึงการณ์ จึงทำให้หลังจากนั้น ต้องพยายามเลี่ยงการคุยในเรื่องศาสนา เพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้ง และ ผิดใจกัน ทั้งๆที่ก่อนหน้านั้นสามารถคุยกันได้ในทุกเรื่อง แม้ในเรื่องศาสนา
…ใครกันที่เป็นสาเหตุของความแตกแยก?

10-จุดที่… คนที่ไม่มีความรู้เลย สามารถกลายเป็นผู้รู้ได้ ด้วยการฟังจากทีวีดาวเทียม ดูจากยูทูบ หาข้อมูลจากกูเกิล อ่านหนังสือแปลไทย แล้วเข้าใจว่าตัวเองเป็นผู้รู้ และพูดฮู่ก่มศาสนาต่างๆได้อย่างง่ายดาย โดยที่ไม่ต้องเรียนหนังสือ ไม่ต้องเข้าหาครู
ทั้งๆที่การเรียนหนังสือผ่านครู คือแนวทางในการรับความรู้ ตั้งแต่สมัยนบี ชนยุคสลัฟ
อุลามมะห์ตั้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบัน …หรือพวกเขาจะบอกว่าการเรียนไม่ใช่ซุนนะห์ ไม่ใช
่อีบาดะห์อีก เลยไม่ต้องตามนบีก็ได้… ?

11-จุดที่… มีคนบางกลุ่มเข้าใจว่าตัวเองเป็นผู้รู้ศาสนา รู้อัลกุรอ่าน รู้ฮาดิษ รู้ซุนนะห์ และเข้าใจสิ่งเหล่านี้มากกว่าใคร โดยที่พวกเขาเป็นมุสลิมกลุ่มเล็กๆ ที่ไม่สนใจ ไม่แยเเส ว่าประชาชาติของโลกอิสลามส่วนมากเป็นอย่างไร?

12-จุดที่…คนที่ไม่มีความรู้เกิดขึ้นอย่างมากมายเป็นดอกเห็ด เนื่องจากการไปฟังคนอื่นมา เเละมาเข้าใจด้วยตัวเอง และ เอามาเถียงกับคนที่มีความรู้ว่า การละหมาดตารอเวี๊ยห์ 8 รอกาอัต ดีกว่าการละหมาด 20 รอกาอัต เพราะการตามนบีดีกว่าการซอฮาบะห์

13-จุดที่… ใครๆก็สามารถเเสดงตัวเป็นผู้รู้ได้ เพียงแค่ก็อปเรื่องศาสนาของคนอื่นมา แล้วมาพูดแสดงเหมือนว่าตัวเองเป็นผู้รู้

14-จุดที่…ใครๆก็สามารถประกาศออกอีดได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องพึ่งผู้นำ ไม่ต้องสนว่าผู้นำจะบอกอย่างไร

15-จุดที่… ผู้ที่ถูกเรียกว่า ” ผู้รู้ ” บางคน บอกว่า บิดอะห์มีเพียงแบบเดียว คือ บิดอะห์ดอลาละห์ โดยเข้าใจมาจากผิวเผินของฮาดิษบางบท แต่กลับไม่มองฮาดิษอีกหลายบท และกลับพูดอีกประมาณว่า ” คนที่บอกว่าบิดอะห์ มีบิดอะห์ฮาซานะห์ด้วย ผมเสียดายรอยหยักในสมองของเขาจริงๆ ”
…เขาไม่มีความรู้ในหน้าประวัตศาสตร์เลยหรือ? หรือเขาพูดเพียงเพื่อความสะใจของมวลชน โดยยอมให้คำพูดของตัวเองไปหยามเกียรติบรรดาอุลามาอ์ตั้งแต่ยุคบรรพชนของอิสลาม จนถึงอุลามาอ์ยุคปัจจุบัน ทั้งๆที่ตัวของเขาเองก็ยังต้องพึ่งพาความรู้ของพวกเขาเหล่านั้นอยู่

16-จุดที่… ไม่ว่าคุณจะทำอาม้าลอันใดมา หรือ รักษาซุนนะห์นบีมากมายขนาดไหน เมื่อคุณทำการรำลึกถึงนบีในรูปแบบที่เรียกว่า ” เมาลิดนบี ” คุณจะโดนกล่าวหาทันที ว่าเป็นคนที่ห่างไกลจากซุนนะห์มากที่สุด

17-จุดที่… งานเมาลิดนบี ถูกบอกว่าเป็นบิดอะห์ดอลาละห์ เป็นปัญหาญาฮีลียะห์ ไม่ใช่ปัญหาคีลาฟียะห์ ไม่ว่าจะเป็นเมาลิดกลาง เมาลิดตามมัสยิด เมาลิดตามบ้าน แต่ทำไมกลับกลายเป็นว่า งานฮาล้าล งานวันผู้ศรัทธาหลั่งน้ำใจ งานโต๊ะจีน งานบรรยายสัญจร งานเที่ยวญี่ปุ่นชาจพลังอีหม่าน งานเค้าดาวอีหม่าน หรืองานต่างๆอีกมากมาย กลับกลายเป็นสิ่งที่ดี ไม่เป็นบิดอะห์ ทั้งๆที่ก็มีการอ่านกุรอ่านเหมือนกัน มีอาม้าลที่เป็นความดีเหมือนกัน อีกทั้งอาม้าลในงานเมาลิดนบีมีรูปแบบและชัดเจนกว่าด้วยซ้ำ
…หรือต้องให้เปลี่ยนชื่อจาก ” งานเมาลิดนบี ” ไปเป็น ” งานเรารักนบี ” กระนั้นหรือ ถึงจะไม่บิดอะห์? ทำไมไม่เปิดใจยอมรักซึ่งกันและกันในสิ่งที่มีตัวบทหลักฐานรับรอง หรือสิ่งที่ไม่ขัดกับตัวบทหลักฐาน

18-จุดที่… เราต้องเทิดพระเกียรตินบี ด้วยกับการทำหนังเทิดพระเกียรตินบีแล้ว กระนั้นหรือ?

19-จุดที่… มีคนโง่เขลาบางคนเข้าตัวบทจากผิวเผินของอัลกุรอ่านด้วยตัวเอง และบอกว่า ” น้ำต้มกระดูกหมูกินได้ เพราะอัลกุรอ่านห้ามเฉพาะแค่เนื้อหมูเท่านั้น ”
…ใครกันที่ทำให้เขาเข้าใจว่า ใครๆก็สามารถเข้าใจฮูก่มศาสนาจากอัลกุรอ่าน และ อัลฮาดิษด้วยตัวเองได้โดยไม่ต้องมีความรู้วิชาอื่นๆเลย และไม่ต้องเพิ่งความเข้าใจของบรรดาอุลามาอ์ ?

20-จุดที่… ทั้งผู้รู้และผู้ที่ไม่รู้หลายๆคน ต่างฝ่ายต่างหาข้อผิดพลาดเล็กๆน้อยๆจากกันและกัน และนำมาโจมตีกัน และจุดประกายให้เป็นเรื่องใหญ่ในโลกโซเชียล โดยที่หลายๆคนก็เลือกที่จะใช้คำพูดจาหยาบคาย ด่าทอ ดูถูกเหยียดหยามกันต่างๆนาๆ ทั้งๆที่ตัวคนพูดเองก็บอกว่าตัวเองตามท่านนบี
…พวกเขาไม่กลัวบ้างหรือในเรื่องการหยามเกียรติ และการด่าทอพี่น้องมุสลิม?

21-จุดที่… คนดะวะห์ตับลีฆ ก็ยังคงถูกขอหลักฐานจากคนบางกลุ่มซ้ำไปซ้ำมา ถูกกล่าวหาต่างๆนานา แต่คนดะวะห์ตับลีฆกลับเพิ่มจำนวนจำนวนขึ้นเรื่อยๆอย่างไม่หยุดหย่อน จนมีเกือบทุกประเทศทั่วโลก พวกเขาเดินทางไปในสถานที่ที่ไม่มีองค์กรณ์ศาสนาไหนเข้าไปเพื่อเผยแพร่ พวกเขาดำรงไว้ซึ่งอิสลาม โดยที่คนมากมายได้รับอิสลามด้วยสาเหตุของพวกเขา คนมากมายหันหน้าเข้าหาศาสนา และ รักษาอาม้าลก็ด้วยสาเหตุของพวกเขา
…ทำไมเราไม่เลิกกล่าวหากัน และใช้ความสามารถที่แต่ละคนมีในการช่วยเหลือศาสนา เพื่อพัฒนาศาสนาให้ไปอยู่บนจุดสูงสุด?

#สภาพของบรรมุสลิมมาถึงจุดนี้ได้ยังไง…?
#เพราะใครกระนั้นหรือถึงเป็นแบบนี้…?
#และสังคมมุสลิมต้องเป็นแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน…?

Cr. Nut Radinghin