สวดพระอภิธรรมก่อนฝัง’ด.ต.พิรุณรัตน์’ที่ถูกลวงฆ่า ไขข้อสงสัยทำไมมีพิธี 2 ศาสนา

7793

เป็นงานศพที่ค่อนข้างแปลกของด.ต.พิรุณฉัตร ตำรวจที่บันนังสตา หลังถูกคนร้ายยิงเสียชีวิต เกิดการแย่งทำพิธี 2 ศาสนา ระหว่างครอบครัวชาวพุทธกับชาวบ้านมุสลิม ได้ข้อสรุปทำพิธี 2 ศาสนา

วันที่ 31 มกราคม เวลา 17.00 น. ได้มีพิธีฝังศพ ด.ต.พิรุณรัตน์ พุทธศิริ ผบ.หมู่.กก.ตชด.44 (ค่ายพญาลิไท) ที่ถูกคนร้ายลวงไปยิงเสียชีวิตที่บ้านศรีท่าน้ำ ต.ธารโต อ.ธารโต จ.ยะลา เมื่อวันที่ 28 มกราคม โดยก่อนหน้านี้ ศพด.ต.พิรุณรัตน์ ได้ถูกนำไปสวดพระอภิธรรมศพ เป็นเวลา 3 คืน คืนวันที่ 29 มกราคม มีพิธีรดน้ำศพ และตั้งบำเพ็ญกุศลศพ ณ วัดพุทธภูมิ พระอารามหลวง อ.เมือง จ.ยะลา ก่อนที่จะมีการเคลื่อนย้ายศพไปประกอบพิธีต่อที่ ฌาปนสถาน ณ วัดชัยรัตนาราม (วัดบ้านไทย) ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส วันถัดมาศพจุงถูกนำมาฝังตามพิธีทางศาสนาอิสลามที่กูโบร์โต๊ะกูแว ม.1 ต.มูโน๊ะ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส

ด.ต.พิรุณรัตน์ พุทธศิริ อายุ 50 ปี ผบ.หมู่.กก.ตชด.44 (ค่ายพญาลิไท) ปฏิบัติหน้าที่ รปภ. โรงเรียนบ้านศรีท่าน้ำ วันที่ 28 มกราคม มีชาวบ้านแจ้งว่า พบวัตถุต้องสงสัย บริเวณริมถนนเขตติดต่อบ้านบือซู ต.บันนังสตา จึงได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ออกไปตรวจสอบเพียงลำพัง ปรากฏว่า ถูกคนร้ายไม่ทราบจำนวนดักซุ่มอยู่ ใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่ม เป็นเหตุให้ ด.ต.พิรุณรัตน์ ถูกกระสุนปืน ตกจากรถจักรยานยนต์เสียชีวิต ก่อนที่คนร้ายจะยิงซ้ำ ให้แน่ใจว่าเสียชีวิต แล้วถอดเอาเสื้อเกราะกันกระสุน ปลดอาวุธปืนเอ็ม 16 และอาวุธปืนพกหลบหนีไป

มีข้อสงสัยว่า ทำไมศพ ด.ต.พิรุณฉัตร จึงมีการสวดอภิธรรมศพตามหลักศาสนาพุทธ และฝังตามหลักศาสนาอิสลาม เพจ BeritaSelatan ได้อธิบายว่า ด.ต.พิรุณรัตณ์ พุทธศิริ เป็นคนพุทธโดยกำเนิด มีภรรยานับถือศาสนาพุทธ และมีลูกสาวชื่อน.ส.ลทิกา พุทธศิริ ก็นับถือศาสนาพุทธ

การถูกนำศพมาฝังตามหลักศาสนาอิสลาม เกิดจากเมื่อตอนมาปฏิบัติหน้าที่ใหม่ๆในพื้นที่อ.ธารโต จ.ยะลา ด.ต.พิรุณรัตน์ ได้ประกาศว่า เป็นมุสลิม พร้อมโชว์เอกสารหลักฐานและข้อบังคับต่างๆที่ได้มาจากคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดให้กับชาวบ้านในพื้นที่ได้รับทราบ

หลังจากที่เขาได้ประกาศตนเองว่าเป็นมุสลิม ทำให้ได้เข้าถึง ได้ใกล้ชิดกับชาวบ้านมากขึ้น เนื่องจากชาวบ้านในพื้นที่ส่วนใหญ่จะเป็นมุสลิม ไปมัสยิดบ้างในบางครั้ง ไปงานและเข้าร่วมกิจกรรมของมุสลิมบ้างในบางเวลา

หลังจากที่เขาเสียชีวิตศพถูกนำไปยังโรงพยาบาลยะลา นาทีของความขัดแย้งก็เกิดขึ้น ทางครอบครัวของด.ต.พิรุณรัตน์ ต้องการนำศพไปที่วัดเพื่อทำพิธีศพตามศาสนาพุทธ แต่ด้วยข้อมูลและหลักฐานของการนับถือศาสนาต่างๆของเขาไม่ใช่พุทธ แต่นับถือศาสนาอิสลาม เป็นมุสลิม

เมื่อตกลงกันไม่ได้ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา และอีหม่ามมัสยิดยะลา นายหะยีนิมิง นิมูดอ ได้มาเคลียร์ปัญหาร่วมกัน โดยอิหม่ามได้อธิบายว่า ตามหลักอิสลาม เมื่อเปลี่ยนศาสนามาเป็นมุสลิมแล้ว การปฏิบัติตนต่างๆ รวมทั้งการทำพิธีศพก็ต้องเป็นไปตามศาสนาอิสลาม นี่คือหลักการที่อีหม่ามหะยีนิมิง ได้ยืนยันกับครอบครัว เจ้าหน้าที่ ผู้บังคับบัญชาของด.ต.พิรุณรัตน์ พุทธศิริ และผู้ว่าราชการจังหวัด

แต่ทางครอบครัว เจ้าหน้าที่ ผู้บังคับบัญชา และผู้ว่าฯไม่ยอม เพราะการเปลี่ยนศาสนาเข้ารับอิสลามของด.ต.พิรุณรัตน์ พุทธศิริ นั้นเป็นเพียงแค่กุศโลบายเพื่อที่จะให้เข้าถึงชาวบ้านมากขึ้นเพียงเท่านั้น

ผลสรุป ทางญาติ เจ้าหน้าที่ ผู้บังคับบัญชา และผู้ว่าฯ ต้องการทำพิธีศพตามศาสนาพุทธ ให้วางพวงมาลาพระราชทาน ให้สวดอภิธรรมศพ ให้สวดพาหุง (ตักบาตร) วางดอกไม้จันทน์ รวมเวลาสามวัน และหลังจากนั้นให้ทำพิธีฝังศพตามหลักศาสนาอิสลาม