เช็คอิน! ร้านฮาลาลกรุงเทพฯ ล่องเรือสัมผัสวิถีความหลากหลาย 2 ฝั่งเจ้าพระยา

606

วันแรกของการพาเพื่อนจากต่างจังหวัดเช็คอินร้านฮาลาลในกรุงเทพฯ จบลงด้วย น่องปูดเพราะเดินเยอะ ถาม นางว่า วันนี้ไหว นางบอกสบาย ก็ไปกันเลย

วันนี้ เดินทางกันอีกเส้นทางหนึ่ง ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวมากมาย ทั้งวิถีชีวิต ประติมากรรม สถาปัตยากรรมอันสวยงาม และทรงคุณค่า และร้านฮาลาลสุดแสนอร่อย

เส้นทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา เริ่มจากนั่งรถไฟฟ้า BTS ไปลงสถานีตากสิน แล้วนั่งเรือไปขึ้นที่ท่าวัดอรุณราชวราราม เป้าหมายไปเที่ยวชมมัสยิดต้นสน มัสยิดบางหลวง (กุฎีขาว) ชุมชนกุฎีจีน และโบสถ์คริสต์ที่สามารถเดินเท้าต่อเนื่องไปตามเส้นทางได้

ขึ้นจากท่าเรือ ก็เจอพระปรางค์วัดอรุณ ฯ ที่เพิ่งบูรณะเสร็จไม่นานและสวยงามมาก มุสลิมต่างชาติมาเที่ยวชมกันเยอะ ถ่ายภาพแล้วเดินเลยผ่านไปทะลุด้านหลังที่เป็นซอย เพื่อออกถนนวังเดิม เดินผ่านหน้ากองบัญชาการกองทัพเรือ เลี้ยวโค้งมาเล็กน้อยก็เจอร้านอาหารเล็ก ๆ ชื่อ “ร้านฮาวา” ไม่รอช้ารีบตุนกระเพาะให้หนัก ๆ ไว้ก่อน เพราะรู้ชะตากรรมว่าต้องเดินอีกยาวไกล

เพื่อความสะดวก จึงสั่งอาหารจานเดียว หวังจะให้เร็ว แต่แม้กระนั้น ระหว่างนั่งรออาหารก็มีทั้งชาวไทย ชาวต่างชาติ ทยอยเข้ามากันเรื่อย ๆ จนเต็มร้าน อาหารทำตามคิว แม่ครัวและคนเสิร์ฟ/คนรับออร์เดอร์ เป็นคู่สามี-ภรรยา และทั้งร้านก็ดำเนินการโดย 2 คน นี้เท่านั้น

อร่อยเต็มท้องก็เดินทางเช็คอินกันต่อ
 

จากร้านฮาวา เราเดินลัดเลาะไปตามถนนอรุณอมรินทร์ ตรงไปยังมัสยิดต้นสน หรือกุฏี (บางกอก) ใหญ่ ซึ่งเป็นมัสยิดเก่าแก่ที่ประมาณกันว่า เริ่มมีขึ้นตั้งแต่ก่อนสมัยสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม ยุคกรุงเก่า ภายในมีสุสานบุคคลสำคัญชาวมุสลิมที่มีคุณูปการต่อชาติบ้านเมือง และสิ่งของที่มีความสำคัญเกี่ยวกับประวัติศาสตร์หลายชิ้น อาทิ แผ่นกระดานไม้สักแกะเป็นลวดลายภาพวิหารกะอฺบะอฺ (ในอดีต) และโองการจากคัมภีร์อัล-กุรอาน ที่ถูกไฟไหม้บางส่วนสมัยเสียกรุงและลอยตามน้ำมา, ซุ้มที่กำหนดทิศมักกะฮ์ ศิลปะแบบอยุธยาตอนปลายประดับช่อฟ้า-ใบระกา และแท่นแสดงธรรม เป็นศิลปะผสมแบบชวา ลงรักปิดทอง ประดับกระจกสี เช่นกัน, อัล-กุรอานฉบับคัดลายมือด้วยก้างปลา ด้วยเมล็ดข้าวเปลือก, โคมไฟพระราชทาน “ที่รฤกในงานพระบรมศพ ร.ศ.129” เป็นต้น

ละหมาดบ่ายเสร็จ ออกเดินข้ามคลองบางหลวง บนสะพานอนุทินสวัสดิ์ ไปแวะมัสยิดบางหลวง หรือมัสยิดกุฏีขาว ที่มีชุมชนมุสลิมรายล้อม เดินย้อนกลับทางเดิมลอดใต้สะพาน ผ่านวัดกัลยาณมิตร ไปโผล่ที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา จากตรงนี้ลัดเลาะริมทางเดินเลียบแม่น้ำไปยัง “วัดซางตาครู้ส” ด้านขวามือมีซอยเล็ก ๆ ชี้เป้าสถานที่ท่องเที่ยว “พิพิธภัณฑ์บ้านกุฎีจีน” ที่เข้าชมได้ฟรี ภายในเป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลชุมชนชาวสยาม-โปรตุเกส ตั้งแต่สมัยอยุธยาจนถึงปัจจุบัน เที่ยวชมของโบราณที่ถูกเก็บไว้อย่างดี

สั่งเครื่องดื่ม ชา กาแฟ ที่ด้านล่าง และนั่งพักขาในสวนได้ตามอัธยาศัย

จาก “ชุมชนกุฏีจีน” ข้ามเรือมาท่าโอเรียนเตล แล้วเดินไปยังมัสยิดฮารูณ มัสยิดชื่อดังย่านเจริญกรุง ตรงซ้ายมือทางเข้าซอยมัสยิดมีร้านอาหารชื่อดัง คือ ร้าน ‘Home Cuisine’ และถ้ามาตอนช่วงเหมาะจะพบกับร้านขายอาหารเรียงรายตลอดซอยทางเข้าไปจนถึงตัวมัสยิดเลยทีเดียว ที่นี่มีของกินหลากหลาย และอร่อย ๆ ทั้งนั้น

ยัง ยัง ยัง ยัง ไม่จบที่ฮารูณ เราพากันเดินไปเที่ยวห้างเปิดใหม่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งธนบุรี จะเป็นห้างใดไปไม่ได้ นอกจาก “ไอคอนสยาม – Icon Siam” เหตุนี้ จึงต้องเดินจากฮารูณไปยังท่าเรือวัดม่วงแค ที่อยู่ใกล้ ๆ กัน เพื่อไปลงเรือบริการรับ-ส่งลูกค้าของห้างดัง

ที่ Icon Siam มีห้องละหมาดอยู่ที่ชั้น B2 (ชั้นจอดรถ) ใช้ลิฟท์ที่โซนล้อบบี้ เอ (Zone Lobby A) ออกจากลิฟท์แล้วเจอเลย ส่วนอาหารฮาลาล พบว่ามีอยู่ที่ชั้น G หลายร้าน อาทิ เบิร์นทะเล (หมึก-กุ้งย่าง) ข้าวยำเบญจรงค์ ยูซุฟข้าวมันไก่-เยนตาโฟ ร้านข้าวแกงใต้เมืองตรังรสเด็ด และโรตีบังบ่าว อยู่ตรงโซน “สุขสยาม (SOOKSIAM)” นำเสนอคอนเซปต์เมืองค้าปลีกรูปแบบใหม่ ลักษณะตลาดน้ำแบบบ้าน ๆ ที่เราคุ้นชิน มีสินค้าทั้งของกิน ของใช้ เสื้อผ้าสำเร็จรูป ผ้าทอจากท้องถิ่นต่าง ๆ ให้เลือกซื้อกันเพลินเลยทีเดียว

จากที่นี่ สามารถไปลงเรือบริการของ “ไอคอนสยาม” ขึ้นที่ท่าสะพานตากสิน และต่อรถไฟฟ้ากลับไปนั่งนวดน่องที่โป่งพอง บ้านใครบ้านมันได้เลย

จริงๆความสวยงามริมแม่น้ำเจ้าพระยา ยาวไกลไปจนถึง จรัลสนิทวงศ์ ตรงมัสยิดบางอ้อ แต่ไม่มีเวลา โอกาสหน้าไว้ค่อยมาใหม่

แต่ทริปพรุ่งนี้ ยังสนุกสนานเช่นเดิม เพิ่มเติมคือระยะทางที่ไกลขึ้นไปถึงโน้น พระราชวังบางปะอิน

ตามมาเช็คอินกันเลย