ทำจริงเหรอ!ผบ.ตำรวจขู่ย้ายผู้กำกับทั่วประเทศไร้ใจบริการประชาชน

62
พล.ต.อ.จักร์ทิพย์ ชัยจินดา

“จักรทิพย์ ชัยจินดา” ผบ.ตร. จัดหนัก สั่งเข้มขู่ย้ายขาดตำรวจทุกโรงพักทั่วประเทศ หากบริการ ประชาชนแบบไร้ใจ ตามนโยบายปฏิรูปตำรวจ ด้าน “รุ่งโรจน์ แสงคร้าม” รอง ผบ.ตร.หัวหน้าคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจ ผู้บังคับบัญชาไม่ควรคิดโครงการเยอะ สร้างภาระ-ค่าใช้จ่าย เน้นคำนึงข้อกฎหมาย สิทธิมนุษยชน

วันที่ 27 ม.ค. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เปิดเผยว่า ตามนโยบาย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้พิจารณาปฏิรูปตำรวจ เร่งรัดเปลี่ยนแปลงงานบริการประชาชนบนสถานีตำรวจให้เป็นรูปธรรม จึงมีคำสั่งให้รอง ผบ.ตร. ที่ปรึกษา (สบ 10) ผู้ช่วย ผบ.ตร.ที่รับผิดชอบลงพื้นที่ ทำความเข้าใจนโยบายมาตรฐานการบริการประชาชนพร้อมติดตามผลปฏิบัติ ให้จเรตำรวจนอกเครื่องแบบออกสุ่มตรวจสอบการปฏิบัติ รวมทั้งสอบถามความเห็นประชาชนในพื้นที่หรือสื่อมวลชน เพื่อสรุปผลเสนอต่อที่ประชุมบริหาร ตร. มอบอำนาจให้ ผบช.ประเมินบุคลิกภาพของตำรวจในสังกัด หากรายใดไม่สามารถปรับพฤติกรรม ให้ย้ายไปดำรงตำแหน่งในสายงานอื่นที่ไม่สัมผัสประชาชน

มีรายงานว่า วันเดียวกัน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. มีหนังสือเวียนไปถึงรอง ผบ.ตร. ที่ปรึกษา (สบ 10) ผู้ช่วย ผบ.ตร.และผู้บัญชาการทุกกองบัญชาการ อ้างคำสั่ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กรณีเร่งรัดปรับปรุงการบริการประชาชนของสถานีตำรวจทั่วประเทศให้เป็นรูปธรรม เพื่อตอบสนองความต้องการและความพึงพอใจของประชาชน ตามโครงการโรงพักเพื่อประชาชน เพื่อให้การบริการประชาชนของทุกสถานีตำรวจเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีคำสั่งให้ 1.ผู้บังคับบัญชาทุกระดับยกมาตรฐานการบริการประชาชนของสถานีตำรวจ เน้นเปลี่ยนบุคลิกภาพและการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ สำหรับสถานีตำรวจในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้พิจารณาตามความเหมาะสมกับสถานการณ์ 2.กรณีผู้ปฏิบัติงานจาก บก.ทล.และบก.จร.เป็นหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายที่ต้องใกล้ชิดประชาชน ให้เร่งรัดปรับเปลี่ยนบุคลิกภาพและการปฏิบัติหน้าที่ตามความเหมาะสม 3.ให้ทุกกองบัญชาการรายงานสรุปผลการปฏิบัติของสถานีตำรวจและหน่วยงานในสังกัด ในรอบเดือนเสนอผ่านสยศ.ตร.ทุกวันที่ 5 ของเดือน เพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมบริหาร ตร.เมื่อครบ 3 เดือน ให้ ผบช.ประเมินบุคลิกภาพของตำรวจในสังกัด หากรายใดไม่สามารถปรับเปลี่ยนบุคลิกภาพตามแนวทาง ให้พิจารณาปรับย้ายไปดำรงตำแหน่งสายงานอื่นที่ไม่สัมผัสประชาชนและให้จเรตำรวจจัดชุดนอกเครื่องแบบออกสุ่มตรวจสอบการปฏิบัติ รวมทั้งสุ่มสอบถามความเห็นของประชาชนในพื้นที่หรือสื่อมวลชน สรุปผลนำเสนอต่อที่ประชุมบริหาร ตร. 4.ให้รอง ผบ.ตร.ที่ปรึกษา (สบ 10) ผู้ช่วย ผบ.ตร. ที่รับผิดชอบพื้นที่หรือหน่วยงานเร่งรัดติดตามผลการปฏิบัติของหน่วยงานในสังกัด

ขณะที่ พล.ต.อ. รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รอง ผบ.ตร.หัวหน้าคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจ กล่าวว่า งานยกระดับบริการประชาชนของสถานีตำรวจ ต้องเริ่มที่บุคลิกภาพตำรวจทั้งในและนอกสถานีตำรวจ ต้องยิ้มแย้มแสดงออกถึงความใส่ใจ กระตือรือร้น ไม่แสดงกิริยาข่มแหงประชาชน เน้นบริการเบ็ดเสร็จจุดเดียว ตำรวจต้องไปพบประชาชน สร้างความใกล้ชิด ให้ประชาชนมีส่วนร่วม ที่ผ่านมาบอกว่าประชาชนเป็นศูนย์กลาง แต่ตำรวจโรงพักไม่เคยเข้าหาประชาชน ทำให้ไม่มีทางได้ใจคนมาช่วยงาน งานที่สั่งไปไม่ใช่เพิ่มงานแต่เป็นงานในหน้าที่ สายตรวจไม่ใช่แค่ลงชื่อตู้แดง ต้องพูดคุยทำความรู้จักกับประชาชน หากตำรวจทุกนายช่วยกันทำจะได้แนวร่วมภาคประชาชนเพิ่มขึ้นอีกมาก ส่วนผู้บังคับบัญชาจะต้องไม่คิดโครงการอะไรเยอะ โดยเฉพาะงานที่ไม่ใช่หน้าที่ ทำให้สิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย ยุคปัจจุบันตำรวจต้องเปลี่ยนแปลงวิธีทำงาน สนใจสังคม คำนึงข้อกฎหมายและสิทธิมนุษยชน

“การปฏิรูปโครงสร้างตำรวจครั้งนี้ จะต้องขอสนับสนุนงบประมาณดำเนินงาน ตั้งแต่การสรรหา พัฒนาตำรวจให้มีคุณลักษณะที่เหมาะสมกับเป็นผู้บังคับใช้กฎหมายและให้บริการประชาชน ฝ่ายปฏิบัติต้องผ่านงานสอบสวนเพื่อเข้าใจและมีความชัดเจนในสายงาน ทำให้สามารถเติบโตก้าวหน้าในอาชีพ รวมทั้งสนับสนุนงานนิติวิทยาศาสตร์กระจายลงไปในทุกระดับ เพื่อลดปัญหาความล่าช้าเมื่อเกิดคดี” พล.ต.อ.รุ่งโรจน์กล่าว
http://www.thairath.co.th/content/845485