แง้มดู! ญัตติ “อภิปราย” ถล่ม “บิ๊กตู่” ลุ้น หมัดเด็ด ฝ่ายค้าน ของจริง ไม่ใช่ “ราคาคุย”

60

หลังจาก ญัตติ อภิปรายไม่ไว้วางใจ จากมือ “สมพงษ์ อมรวิวัฒน์” หน.พรรคเพื่อไทย  ถึงมือ “ชวน หลีกภัย” ประธานสภาผู้แทนราษฎร แล้ว ดังนั้นหลังจากนี้ ทุกอย่างได้เขาสู่ กระบวนการ ประชาธิปไตย แบบไทยๆ

โฟกัสที่ “ฝ่ายค้าน” หรือจะเรียกว่า “ฝ่ายแค้น” ก็ไม่แปลก  หากการทำหน้าที่ตรวจสอบถ่วงดุลรัฐบาล หนักไปทาง “ส่วนตัว” มากกว่า “ส่วนรวมและหลักการ”ข้อมูลไม่สืบค้น ใช้แต่ความเห็น ก็อาจทำให้การตรวจสอบไม่แหลมคม ลึกพอ ที่จะทำให้ฝ่ายบริหาร คือ รัฐบาล ต้องกังวล หรือ ทุกข์ร้อน

ยิ่งกุมเสียงข้างมากในสภา พ่วงด้วยฝูงลิง และงูเห่าอีกจำนวนหนึ่งจึงดูจะไม่ค่อย สะทกสะท้าน สักเท่าไร!

“การอภิปรายไม่ไว้วางใจ” ที่กำลังจะมาถึง มีชื่อของ “ลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  เป็นอันดับ 1 ตามด้วย 2.พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ  3. อนุทิน ชาญวีรกูล 4. วิษณุ เครืองาม 5 พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย 6.ดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ และ 7 .ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์

ที่สำคัญ ต้องตามดู“ความแหลมคม” ของประเด็นด้วยว่า จะ “ระคายผิว” พล.อ.ประยุทธ์ และพวกหรือไม่

เอาเฉพาะกรณี พล.อ.ประยุทธ์ ในเอกสารของฝ่ายค้านที่ยื่นต่อนายชวน หลีกภัย พบข้อความระบุถึงเหตุผลในการ “ไม่ไว้วางใจ” พล.อ.ประยุทธ์ ว่า

“…พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหมเป็นผู้ไม่ยึดมั่นและศรัทธาต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ล้มล้างรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศ กระทำการเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ

ใช้อำนาจที่ได้มาโดยไม่ชอบธรรม ละเมิดหลักนิติธรรมและสิทธิเสรีภาพของบุคคลอย่างกว้างขวาง เป็นผู้นำประเทศที่กร่างเถื่อน มองคนเห็นต่างเป็นศัตรู ปิดปากผู้ที่มีความเห็นต่าง ชอบก่นด่าเมื่อถูกซักถาม เมื่อได้อำนาจมาโดยไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญก็สร้างกลไกในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เพื่อมุ่งสืบทอดอำนาจของตนเอง

ปล่อยให้มีการทุจริตเต็มบ้านเต็มเมือง ใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่เอื้อประโยชน์ให้กับตนเอง บริวาร และพวกพ้อง เข้าข้างคนชั่วที่เป็นพวกโดยไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติ และความผาสุกของประชาชนโดยรวม…”

ทั้งหมดที่ยกมา แค่หน้าแรกเท่านั้น แต่ยังมีอีกหลายแผ่น อ่านแล้วสะดุ้งไปตามๆกัน

…บริหารราชการแผ่นดินโดยขาดความรู้ความสามารถผิดพลาด บกพร่องอย่างร้ายแรง ขาดคุณธรรม จริยธรรม แทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการประจำ และองค์กรในกระบวนการยุติธรรม เรียกได้ว่าเป็นยุคยุติธรรมหมดตรง

บังคับใช้กฎหมายโดยเลือกปฏิบัติ ไม่เป็นไปตามหลักความเสมอภาค ไม่เคารพและปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ไม่ปฏิบัติหน้าที่และใช้อำนาจด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เสียสละ เปิดเผย ไม่มีความรอบคอบและระมัดระวังในการดำเนินกิจการต่างๆ เพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศและประชาชนส่วนรวม

…มีการกระทำอันเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ มีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติทุจริตต่อหน้าที่ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง

…ไม่รักษาวินัยการเงินการคลัง ใช้งบประมาณของรัฐสร้างคะแนนนิยมให้กับตนเองและพรรคการเมือง โดยมิได้คำนึงถึงภาระด้านงบประมาณของประเทศเป็นยุคที่เงินกำลังจะหมดคลัง ไม่ยึดตามหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี

ลุแก่อำนาจ ขาดภาวะผู้นำไม่เสริมสร้างให้ทุกภาคส่วนในสังคมอยู่ร่วมกันอย่างเป็นธรรม ผาสุก และสามัคคีปรองดองกัน แต่กลับสร้างความขัดแย้งให้ขยายวงกว้าง…

สรุปได้ง่ายๆ ว่า พล.อ.ประยุทธ์ สุดยอด  “เลวครอบจักรวาล” หาดีไม่ได้เลย

อย่างไรก็ตาม หากข้อกล่าวหาของฝ่ายค้าน เหมือนฝุ่น PM2.5 ฟุ้งกระจายอยู่ในอากาศ กลัวนะ แต่มองไม่เห็น จับต้องไม่ได้

และวันอภิปรายจริง ฝ่ายค้านฟุ้ง ไม่สามารถ หาหลักฐาน มาประกอบ การอภิปราย อาจทำให้ เกิดความ น่าเบื่อหน่าย หรือ เอือมระอา

ดังนั้น การอภิปรายไม่ไว้วางใจ จึงเหมือน “ดาบสองคม” ที่หากแล่เนื้อเถือหนัง พล.อ.ประยุทธ์ กับพวกไม่ได้ ก็จะย้อนมา“เชือดคอตาย” ของตัวฝ่ายค้านเอง ได้เช่นกัน !

เว้นเสียแต่ว่า จะมีข้อมูลเรื่อง “การทุจริต” ที่เลวร้าย เสียหาย เหมือน กรณี”หมอวรงค์” นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อภิปรายเรื่อง “จำนำข้าว” ของรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จนไปต่อและไปที่ ป.ป.ช. อัยการ และ ศาล จบท้ายสุดที่นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ กับพวกติดคุก ยิ่งลักษณ์ ต้อง เผ่นหนี เตลิดเปิดเปิง

เป็น ปรากฏการณ์ ทางการเมือง ที่ต้องติดตาม !