หน้าแรก ต่างประเทศ หนักสุดๆ ! นักวิจัยฟันธง ชาวอิหร่าน อาจตายจาก “โควิด-19” ถึง 3.5 ล้านราย

หนักสุดๆ ! นักวิจัยฟันธง ชาวอิหร่าน อาจตายจาก “โควิด-19” ถึง 3.5 ล้านราย

นักวิจัย คาดการณ์ว่า สถานการณ์ การแพร่ระบาดของ โรคไวรัสสายพันธ์ใหม่ โคโรนา หรือ โควิด-19 ภายในประเทศอิหร่าน จะยกระดับสูงสุด และมีผู้เสียชีวิตถึง 3.5 ล้านราย หากประชาชน ไม่ปฏิบัติตาม มาตรการป้องกันของรัฐบาล

วันที่ 18 มี.ค.63 ดอยท์เชอร์ เวลเลอร์ รายงานสถานการณ์การระบาดใหญ่ของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (SARS-CoV-2) ที่ ก่อโรคไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือโควิด-19 ในอิหร่านว่า คณะนักวิจัยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยี ชารีฟของอิหร่านทำการศึกษาเพื่อพยากรณ์ผลกระทบจากโควิด-19 ที่คร่าชีวิตชาวอิหร่านอย่างน้อย 1,135 ราย และมีผู้ติดเชื้อมากกว่า 16,000 คน

การศึกษาพยาการณ์ผลกระทบจากโควิด-19 ของอิหร่าน 3 กรณี ได้แก่ ระดับน้อยที่สุด ระดับปานกลาง และระดับหนักที่สุด

หากอิหร่านได้รับผลกระทบน้อยที่สุด หมายถึงว่า ประชาชนปฏิบัติตามมาตรการป้องกันของรัฐบาล และมีการปิดพื้นที่ที่ความเสี่ยงสูง และเวชภัณฑ์เพียงพอ จะมีผู้เสียชีวิตราว 12,000 ราย

หากได้รับผลกระทบน้อยปานกลาง อาจมีผู้เสียชีวิตสูงถึง 110,000 ราย

แต่หากได้รับผลกระทบหนักที่สุด หมายถึงว่า ชาวอิหร่านไม่ให้ความร่วมมือกับรัฐบาล จุดสูงสุดของการระบาดจะเกิดขึ้นในเดือนมิ.ย. และจะมีผู้เสียชีวิตสูงถึง 3,500,000 ราย และมีผู้ติดเชื้อ 4,000,000 คน

อย่างไรก็ตาม นายพีรูซ ฮานาจี ผู้ว่าการกรุงเตหะราน กล่าวว่า ไม่มีศักยภาพ หรือ ความสามารถในการปิดพื้นที่เมืองหลวงได้ และไม่สามารถดูแลประชาชนที่ถูกกักกันในเมืองหลวงได้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะมาตรการลงโทษทางเศรษฐกิจ หรือ แซงก์ชั่น จากสหรัฐอเมริกา

ทั้งนี้ สหรัฐอเมริกา เพิ่งใช้มาตรการ แซงก์ชั่นล่าสุดกับอิหร่านเมื่อวันอังคารที่ 17 มี.ค. แม้ก่อนหน้านี้จะเสนอความช่วยเหลืออิหร่านจัดการกับการระบาดใหญ่ของโควิด-19 และขอให้อิหร่านปล่อยนักโทษอเมริกัน ขณะที่อิหร่านขอกู้เงิน 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือไ อเอ็มเอฟ เพื่อนำมาจัดการกับโควิด-19

ที่ผ่านมา รัฐบาลอิหร่านมีคำสั่งห้ามการเดินทางภายในประเทศโดยไม่จำเป็น และยกเลิกการจัดเทศกาลไฟท้องถิ่น พร้อมขอให้ประชาชนอยู่แต่ในบ้าน แต่หลายคนกลับเพิกเฉยคำแนะนำของรัฐบาล

ขณะที่มัสยิดอิหม่าม เรซา ในเมืองมัชฮัด และมัสยิดฟาติมา มาซูเมห์ ในเมืองกอม ปิดตัวลงเพื่อลดการระบาดของโควิด-19 แล้ว

แต่เมื่อค่ำวันจันทร์ที่ 16 มี.ค. ศาสนิกชนจำนวนหนึ่งรวมตัวด้วยความโกรธแค้น พังสิ่งกีดขวางเพื่อเข้าไปในศาสนสถานทั้งสอง ซึ่งเป็นสถานที่ที่ศาสนิกชนรวมตัวจำนวนมากหลายชั่วโมงเพื่อสวดภาวนาและจูบมัสยิดทั้งสองแห่ง