สำนักจุฬาฯประกาศฉบับ2 เข้มข้น ขอให้มุสลิมปฏิบัติเคร่งครัดและอดทน

15064

สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้แพร่ระบาดไปเกือบทุกประเทศทั่วโลก และมีผู้ติดเชื้อเสียชีวิตจำนวนมาก และคณะรัฐมนตรีได้มีมติครม. วันที่ 17 มีนาคม 2563 ประกาศใช้มาตรการเข้มข้นเพื่อหยุดการแพร่กระจายเชื้อและลดการสูญเสียให้น้อยที่สุด

วันที่ 22 มีนาคม เพจสำนักจุฬาราชมนตรี ได้เผยแพร่ ประกาศจุฬาราชมนตรี เรื่องมตรการป้องการการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019(COVID-19)ฉบับที่ 2 ลงนามโดยนายอาศิส พิทัก์คุมพล จุฬาราชมนตรี มีความยาว 4 หน้า มีรายละเอียด สรุปได้ว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้แพร่ระบาดไปเกือบทุกประเทศทั่วโลก และมีผู้ติดเชื้อเสียชีวิตจำนวนมาก และคณะรัฐมนตรีได้มีมติครม. วันที่ 17 มีนาคม 2563 ประกาศใช้มาตรการเข้มข้นเพื่อหยุดการแพร่กระจายเชื้อและลดการสูญเสียให้น้อยที่สุด
สำนักจุฬาราชมนตรี ได้พิจารณาตามเจตนารมณ์ตามหลักศาสนา จึงประกาศให้พี่น้องมุสลิมพึงตระหนักและปฏิบัติตามเพื่อลดการสูญเสียและหยุดการแพร่กระจายเชื้อไวรัส
1.การกล่าวทักทายให้ยกมือสลาม งดการสัมผัสมือ การกอด และการสัมผัสแก้ม
2.การจัดระเบียบมัสยิดและสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด
2.1 สำหรับผู้ดูแลมัสยิด
-ให้จัดทำความสะอาดอุปกรณ์และบริเวณที่มีผู้สัมผัสจำนวนมาก อาทิ ราวบันได ลูกบิดประตู ห้องน้ำ ด้วยน้ำยาทำความสะอาดน้ำผงซักฟิก หรือแอลกอฮอล์ อย่างสม่ำเสมอและบ่อยกว่าปกติ
-ให้หมั่นทำความสะอากพื้นมัสยิดวันละ 2 ครั้ง
-ม้วนหรือจัดเก็บพรมละหมาด งดบริการผ้าปูละหมาด และบริการผ้าโสร้างและตาละกง
-ไม่เปิดเครื่องปรับอากาศ และเปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท
-จัดเจลล้างมือและหน้ากากอนามัย
2.2 ผู้เข้าร่วมปฏิบัติศาสนกิจ
-หากมีอาการไข้ ไอ จาม เจ็บคอ มีน้ำมูก แม้ไม่มากให้งดการร่วมละหมาดญามาอะห์ หรือละหมาดวันศุกร์
-งดอาบน้ำละหมาดในบ่อ(กอเลาะห์)หรืออ่างใหญ่ร่วมกัน
-การใช้เจลแอลกอฮอล์ล้างมือหลังอาบน้ำละหมาดไม่ต้องห้ามตามหลักศาสนา และไม่ทำให้เสียน้ำละหมาด
-ให้ใช้ผ้าปูละหมาดส่วนตัว
-ผู้เดินทางมาจากต่างประเทศให้งดเการไปละหมาดญามาอะห์และละหมาดวันศุกร์ ให้กักตัวอยู่ในบ้าน 14 วันและอยู่ห่างผู้อื่น 1-2 เมตร
2.3 สำหรับคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด
ให้ปฏิบัติตามประกาสกรมอนามัย ลงวันที่ 11 มีนาคม 2563
2.4 คณะกรรมการอิสลามประจำมัายิด/คณะกรรมการชุมชน
-ให้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดูแลผู้ที่ต้องเฝ้าระวัง เป็นเวลา14วัน และให้ช่วยเหลือครอบครัวผู้ต้องเฝ้าระวังตามความเมาะสม
3.การปฏิบัติศาสนกิจ
-ให้กระชับเวลาในการละหมาดวันศุกร์ ไม่เกิน 15 นาที และให้สวมใส่หน้ากากขณะอยู่ในมัสยิดช่วงที่มีการแพร่กระจายโรค
ให้บิหลั่น ที่ทำหน้าที่อาซานให้กล่าว หากมีการละหมด ให้เป็นกลุ่มไม่เกิน 5 คน เว้นระยะ 2 เมตร
-การละหมาดญามาอะห์ให้จำกัดผู้เข้าร่วม และละหมาดให้กระชับที่สุด

4.การเยี่ยมและการปฏิบัติต่อศพ
-กรณีการเสียชีวิตทั่วไป ให้ญาติจัดระเบียบผู้มาเยี่ยมศพด้วยเจลล้างมือ และ-หน้ากากอนามัยในบริเวณสถานทีๆมีการจัดเยี่ยม
-กรณีผู้เสียชีวิตจากเชื้อไวรัส
-ห้ามญาติและผู้ไปเยี่ยมศพ สัมผัสหรือจูบศพ
-เนื่องจากเชื้อไวรัสโควิด-19 อยู่ในร่างกายคนชั่วระยะหนึ่ง และเพื่อป้องกันการติดเชื้อและการแพร่กระจายของเชื้อ จึงให้การจัดการศพเป็นไปตามหลักการแพทย์ โดยประสานกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและโรงพยาบาลในการจัดการศพ ใช้การตะยัมมุมแทนการอาบน้ำศพในห้องปลอดเชื้อหรือสถานที่ๆจัดไว้เฉพาะและผู้ตะยัมมุมให้สวมชุดป้องกัน ตบฝุ่นที่เตรียมไว้ ครั้งที่ 1 ลูบหน้า ครั้งที่ 2 ลูบข้อมือจนถึงข้อศอก ทั้งสองข้าง แล้วให้ปิดถึงบรรจุศพ และให้ละหมาดศพ ณ ที่นั้น และนำศพไปฝังที่สุสานโดยเร็วที่สุด

ทั้งนี้ การอาบน้ำศพ จะทำให้ผู้อาบน้ำละหมาดสัมผัสกับสารคัดหลั่งหรือของเหลวที่ออกจากศพและปนเปื้อนกับน้ำ ซึ่งอาจก่อให้เกิดการแพร่กระจายของโรคได้

กิจกรรมสาธารณะ
1.ให้งดเว้นการร่วมตัวกันเป็นกลุ่มอาทิ การจัดงานการกุศล มัสยิด มูลนิธิ สมาคม ชมรม งดบรรยายศาสนธรรม ตลอดจนการอ่านอัลกุรอ่าน ให้มีการทบทวนบุตรหลานที่บ้าน
2.ให้งดกิจกรรมดะวะห์หรือตับลีก ทั้งส่วนบุคคลและกลุ่มบุคคล ทั้งในมัสยิดและสถานที่ต่างๆทั้งในและต่างประเทศ
3.ให้งด หรือเลื่อนการจัดงานแต่งงานออกไปก่อน หรือให้ทำการนิกะห์ด้วยคนไม่เกิน 10 คน
4.ให้งดทำตะห์นีก(เปิดปากเด็กทารกแรกเกิด) รวมทั้งการทำบุญอากีเกาะห์
5.งดรับประทานอาหารแบบใส่ถาดรวม งดรับประทานแบบใช้มือ

การปฏิบัติตามมาตรการข้างต้น ให้ถือเป็นความจำเป็นตามเจตนารมณ์สำคัญของบัญญัติของศาสนา เพราะการมีสุขภาพร่างกายที่ดีเป็นความโปรดปรานที่อัลเลาะฮ์ประทานให้แก่มนุษย์ทุกคน จึงจำเป็นต้องดูแลรักษาร่างกายให้มีสุขภาพที่ดี ตามหลักเกณฑ์ วิธีการและมาตรการป้องกันความเสี่ยงที่องค์กร หน่วยงาน หรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะกำหนด เพื่อรักษาไว้ ซึ่งชีวิตของตนเองและสังคมมนุษยชาติ ให้รอดปลอดภัยต่อไป

ทั้งนี้ ขอให้ทุกคนมีความอดทนต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นและวิงวอนต่อพระผู้เป็นเจ้าด้วย บทขอพรดังนี้

ความว่า โอ อัลลอฮ์ ข้าพระองค์ฯขอความคุ้มครองจากพระองค์ให้พ้นจากโรคต่างขาว โรควิกลจริต โรคเรื้อน โรคโควิต-19 และความเจ็บป่วยเลวร้ายทั้งปวง

ทั้งนี้ มาตรการข้างต้น ให้ถือปฏิบัติจนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ปกติ หรือรัฐบาลจะมีการเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น