“บิ๊กป้อม” ผู้นำ “ขัดตาทัพ” กำหราบ เกม พปชร. แย่งชามข้าว

179

หลังจากอึมครึมกันมานาน กรณี 18 กก.บริหาร พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ยกทีมลาออก จำเป็นต้องเลือกตั้งกันใหม่ ทั้ง เปลี่ยนตัว กก.บริหาร และ ครม.ชุดใหม่

กระแสข่าวล่าสุด พปชร. เวอร์ชั่นใหม่ มีการจัดวางตัวบุคคล ที่จะมาดำรงตำแหน่งใหม่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ใครเป็นใคร ? ไล่เรียงกันให้เห็นชัดๆ ดังนี้ !

“บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ ประธานยุทธศาสตร์พรรค รับหน้าที่ หัวหน้าพรรค พปชร. แน่นอน ในฐานะ ผู้มีบารมี ทุกฝ่ายให้ความเกรงใจ

แต่ขอเป็นแค่ “ผู้นำขัดตาทัพ” แก้ปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น รอเวลาคลื่นลมสงบ จะกำหนดตัว หน.พรรคตัวจริงอีกครั้ง เพราะ “ลุงป้อม” ออกตัวก่อนหน้าแล้วว่า สุขภาพ ไม่ค่อยดี

ส่วนเก้าอี้ “แม่บ้าน” หรือ เลขาฯพรรค ซึ่งต้องวิ่งประสาน ทั้งนอกและใน โดยเฉพาะ เกมจัดตั้ง รัฐบาล ตกเป็นของ “เสี่ยแฮงค์” อนุชา นาคาศัย ขณะที่คู่แคนดิเดตที่ออกตัว ไล่บี้กันมาตั้งแต่ต้น อย่าง “สันติ พร้อมพัฒน์” กลุ่มมะขามหวานเพชรบูรณ์ ได้ตำแหน่ง ผู้อำนวยการพรรค ปลอบใจ

รองหัวหน้าพรรค 4 คน ได้แก่ 2 ส. กลุ่มสองมิตร “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” รมว.อุตสาหกรรม “สมศักดิ์ เทพสุทิน” รมว.ยุติธรรม ผงาดมาคู่ รวมกับ “ครูตั้น” ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ และ “ผู้กองมนัส” ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์

ส่วนกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ว่ากันว่าจะใช้หน้าเก่าเกือบทั้งหมด เพราะมีตัวแทนกลุ่ม-ก๊วนต่างๆ ตามสัดส่วนครอบคลุมไว้อยู่แล้ว โดยจะไม่มีชื่อของกลุ่ม “4กุมาร” และ “เฮียกวง” สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ในฐานะทีม เศรษฐกิจ ทั้งชุด

การ ยกเครื่อง พปชร.ครั้งนี้ เป็นการวางยุทธศาสตร์ให้พรรคเข้าสู่โหมดการเมืองเต็มสูบ โดยวางหมากมองข้ามช็อตไปไม่เฉพาะแค่เรื่องปรับครม. จะเห็นได้จาก นักเลือกตั้งอาขีพอย่าง “สันติ-สมศักดิ์-สุริยะ- อนุชา” ต่างก็ผงาดขึ้นมาคุมอำนาจบริหารพรรค

โดยตามเกมที่วางไว้ “ลุงป้อม” ถูกขอร้องให้รับตำแหน่ง ขัดตาทัพ อาศัยบารมี ทั้งในพรรคและกับรัฐบาล จัดการปรับจูน “ก๊วน-ก๊ก”ภายในไม่ให้กระเพื่อม ไม่เกิดความวุ่นวายแย่งชามข้าวกัน

จากนั้นประมาณไม่เกิน 6 เดือน ค่อยเชิญ ลุงลงจากเก้าอี้ แต่ก็อยู่ในข้อแม้ว่า หากสามารถหาคนที่จะมานั่งเป็นหัวหน้าพรรคแทน ลุงป้อมได้ และใครคนนั้นต้องเป็นที่ยอมรับ มีคุณสมบัติมากพอที่จะพร้อมชูขึ้นเป็นนายกฯได้ ในศึกเลือกตั้ง

องค์ประกอบพปชร. ที่เปลี่ยน เพื่อรอเปลี่ยนอีกที โดยที่เน้นการเมืองเป็นหลักแบบนี้ จากหน้าตา ปูมหลัง คอนเนกชั่น ของแต่ละคน ไม่ต่างจากพรรครวมดาว นักการเมือง-นักเลือกตั้งอาชีพ ที่ขึ้นมาครองพรรค

ก็ต้องบอกว่า เมื่อการเมืองเข้าสู่โหมดเข้มข้น เพราะเพื่อเป้าหมายทางการเมืองแล้ว การได้คนกลุ่มนี้มาขับเคลื่อนเล่นเกมทางการเมืองก็พร้อมจะทำอะไรให้เกิดขึ้นได้ ตาม คำนิยาม  ” ไม่มีมิตรแท้ และ ศัตรูถาวร”

แต่ที่แน่ๆ การขยับตัว ยกเครื่อง พปชร.ครั้งนี้ ดูอย่างไร?

มันช่าง สวนทาง อย่างสิ้นเชิง กับ คำประกาศ หนักแน่นของ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ออกทีวีพูล บอกเรียบๆ ด้วยรอยยิ้มทีมุมปาก ว่า “ขอทุกฝ่าย ร่วมผนึกกำลัง New normal วางอนาคตประเทศไทย”

ชัดเจน ครับ ลุง!