เปิดโฉมคู่ชิงผู้ว่าฯกทม. พปชร.ดึง’จักรทิพย์’สู้ ‘สุดารัตน์’ เดิมพันครั้งสุดท้าย

27512

หลังนายกรัฐมนตรี ออกมาระบุว่า การเลือกตั้งผู้นำท้องถิ่นในปลายปีนี้ แม้จะยังไม่ชัดเจนว่า จะเลือกตั้งระดับใดเมื่อไหร่อย่างไร แต่เป็นการกระตุ้นให้การเมืองทิ้งถิ่นกลับมาคึกคักอีกครั้ง และที่น่าจับตามอง คือ การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่ถือว่า เป็นเดิมพันของพรรคการเมืองได้เป็นอย่างดี จากการตรวจสอบพบว่า แต่ละพรรคนำขุนพลตัวฉกรรจ์ลงเวที ชนิดที่แพ้ไม่ได้ทีเดียว

Mtoday ได้รวบรวมข้อมูลการส่งตัวผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกทม.ของแต่ละพรรคการเมือง พบว่า แต่ละพรรคได้คัดบุคคลเด่นลงสมัครกันครบครัน เริ่มที่

พรรคพลังประชารัฐ
ด้วยศักยภาพของ ‘บิ๊กป้อม’ พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ สามารถเกลี้ยกล่อมให้บุคคลหมายเลข 1 ของตำรวจ พล.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ลงสนามเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. ได้สำเร็จ รอเกษียณอายุราชการ เพื่อเปิดตัวอย่างเป็นทางการเท่านั้น

พล.อ.จักรทิพย์ มีข่าวว่า จะลาออกจากตำแหน่งมามารับตำแหน่งรัฐมนตรี 2-3 ครั้งที่ผ่านมา แต่ติดเงื่อนไขรัฐธรรมนูญที่ห้ามบุคคลเป็นส.ว. ดำรงตำแหน่งทางการเมือง แต่กับตำแหน่งผู้ว่าฯกทม. ไม่มีปัญหา เวทีเลือกตั้งผู้ว่าฯ จึงเดือดอย่างยิ่งกับชื่อ พล.ต.อ.จักรทิพย์

ในรอบ 10 กว่าปีที่ผ่านมา บุคคลที่ดำรงตำแหน่งผบ.ตร. ไม่มีใครสามารถดำรงตำแหน่งได้ครบตามวาระ ส่วนใหญ่ถูกย้ายมาประจำสำนักนายกฯ แม้ว่า บางคนจะเหลืออายุราชการไม่กี่เดือนก็ตาม แต่พล.อ.จักรทิพย์ ครองตำแหน่งยาวนานตั้งแต่มีคสช.และดำรงตำแหน่งอย่างโดดเด่น ทุกคดีใหญ่ๆจะเห็น’บิ๊กแปะ’ ตลอด และยังมีท่าทีติดดินที่ได้รับการชื่นชมกับสังคม อาทิ การลงลอกท่อหน้า สตช. การไปกินนอนอยู่บนเขาหาตัว 13 หมูป่าขุนน้ำนางนอน มีการดำเนินการกับตำรวจที่เฉียบในหลายกรณี โดยไม่กระทบต่อความรู้สึกของตำรวจส่วนใหญ่ เหมือนกรณีที่พล.ต.อ.เสรีพิสุทธิ์ เตมียาเวส แต่ค่อนข้างแข็งกร้าวกับตำรวจ จนทำให้ตำรวจส่วนใหญ่ไม่ชอบ

นับว่า เป็นบุคคลที่โดดเด่นอย่างยิ่ง เป็นไปตามที่บิ๊กป้อม พูดไว้ว่า เมื่อเปิดตัวแล้วโลกต้องจดจำ

ชื่อ พล.อ.จักรทิพย์ ประกอบกับรรดานักการเมืองท้องถิ่น ระดับ ส.ก. ที่เคยสังกัดประชาธิปัตย์ ย้ายมาซบพปชร. กันเกือบหมดแล้ว ทำให้พรรคพลังประชารัฐมีโอกาสดีที่สุด

เพื่อไทย
พรรคการเมืองที่ครองเสียงครึ่งหนึ่งของกทม. แต่ไม่เคยได้รับเลือกตั้งในตำแหน่งผู้ว่าฯกทม. คราวนี้ คาดว่า จะส่ง คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ประธานยุทธศาสตร์ของพรรคลงผู้ว่าฯกทม.

เพื่อไทยแม้จะได้เสียงสูงในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา แต่ด้วยรัฐธรรมนูญที่ตั้งมาเพื่อสืบทอดอำนาจของคสช. ทำให้คุณหญิงสุดารัตน์ วืดจากตำแหน่งนายกฯ และกฎเกณฑ์นี่จะต้องอยู่อีก 1 ครั้งของการเลือกตั้ง โอกาสกลับสู่เวทีการเมืองใหญ่จึงค่อนข้างลำบาก หนทางได้ทำงานการเมือง ผู้ว่าฯกทม.จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในเวลานี้

เพื่อไทยมีโอกาสได้รับเลือกตั้ง สูสีกับพลังประชารัฐ จะเห็นว่า ฐานเสียของพรรคยังเหนียวแน่น สร้างกระแสเพิ่มอีกหน่อยก็มีโอกาส ขณะที่พลังประชารัฐ แม้มีโอกาส แต่ฐานเสียส่วนใหญ่ดึงมาจากประชาธิปัตย์ และพรรคกล้า ก็อาจจะดึงไปบางส่วน คุณสุดารัตน์ จึงเป็นแคนดิเดทที่น่าจับตามอง

ประชาธิปัตย์
ตัดสินใจทาบทาม ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ที่มีความโดดเด่นด้านวิศวรกรมศาสตร์ โดยเฉพาะการแก้ปัญหาน้ำ และอธิการบดีที่ได้รับการยอมรับสูงในความรู้ความสามารถ

ประชาธิปัตย์ คะแนนนิยมลดต่ำลงไปหลังกำเนิดของพลังประชารัฐ ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ โดดเด่นและได้รับการยอมรับว่า จะสามารถคุมสถานการณ์บ้านเมืองได้ดีกว่า ประชาธิปัตย์จึงไม่มีส.ส.ในกทม.แม้แต่คนเดียว อย่างไรก็ตาม ฐานเสียงของประชาธิปัตย์ในกทม. 20-30% ยังคงเหนียวแน่น ภักดีกับพรรคแม้สถานการณ์จะเป็นอย่างไรก็ตาม ประกอบกับเคยดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯมาหลายสมัย มีเครือข่ายที่ดีพอสมควร การได้ ดร.สุชัชวีร์ ที่มีชื่อเสียงโดดเด่น ก็ประมาท ประชาธิปัตย์ไม่ได้เช่นเดียวกัน

พรรคกลัา
พรรคกล้า ค่อนข้างชัดว่า จะส่ง โจ ธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์ หรือ โจ แอร์เอเชีย (อดีต) CEO แอร์เอเชีย ที่ประสบความสำเร็จสูงในเชิงธุรกิจลงสมัครเป็นผู้ว่าฯ กทม.เป็นผู้สมัครที่มีความโดดเด่น เปิดมาก็ฮือฮา แต่กับเส้นทางการเมือง ยังต้องใช้เวลาพิสูจน์
กรณ์ จาติวณิช ตัดสินใจออกกับดักประชาธิปัตย์ ด้วยการตั้งพรรคกล้า ฉีกออกจากการเมืองพรรคพระแม่ธรณีบีบมวยผม ที่ถูกมองว่า เป็นพรรคเชื่องช้า อนุรักษ์นิยม อาจจะเป็นความสำเร็จของอนาคตใหม่ ที่สร้างกระแสจนติดตลาดโดยคนรุ่นใหม่ เป็นแนวให้หลายคนได้เดิน แต่ลำพังกรณ์ ดูจะสร้างกระแสได้ไม่เปรี้ยงปร้างเพียงพอ และการออกจากประชาธิปัตย์ กลับถูกมองว่า เพราะผิดหวังจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค

กรณ์ พยายามดีงคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะคนที่จะเป็นนักธุรกิจ หรือนักธุรกิจระดับแนวหน้าอย่างโจ มีลงเลือกตั้ง จึงโดดเด่น แต่การไม่มีฐานการเมืองเหมือนพรรคการเมืองอื่น อาจต้องทำงานหนักหน่อย แต่โอกาสของ โจ ก็มีไม่น้อยจากโฟร์ไฟล์ความสำเร็จแห่งอิดีตการีนตี

พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง
เป็นผู้ว่าฯกทม. ที่ถูกส่งมาจาก คสช. หลังม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร มีปัญหาในการบริหารกทม.ตัดเส้นทางของประชาธิปัตย์ในท้องถิ่นกทม.ออกไป และในระยะหลังดึงคนจากประชาธิปัตย์ และคนที่มีฐานคะแนนแน่น ช่วยงานในตำแหน่งรองผู้ว่าฯ และที่ปรึกษา

พล.ต.อ.อัศวิน ต้องการที่จะลงผู้ว่าฯต่อ ในนามพปชร. แต่ดูเมื่อวัดกระแสแล้ว ยังไม่ได้ตามต้องการ ประชาธิปัตย์ ก็ไม่เลือกลงในนามพรรค จึงจะตัดสินใจลงสมัคร ในนามอิสระ ที่ผ่านมาก็ดูเหมือนจะทำงานหนัก ลุยนำลุยไฟ แต่กระแสการยอมรับ ยังไม่โดดเด่นมากนัก กระแสการตอบรับของคนกรุง ยังไม่หนาแน่นมากนัก แต่เป็นตัวเลือกที่น่าจับตาอีกคนหนึ่ง

ชัชชาติ สิทธิพันธ์
เป็นคนที่โดดเด่น ในแง่ของการทำงาน โดยเฉพาะในตำแหน่ง รมว.คมนาคม ในสมัยน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ถูกมองว่า เป็นนักปฏิบัติมากกว่านักพูด ได้รับการยอมรับสูงในสังคมคนกทม. ตอนประกาศตัวก็ได้รับกระแสการตอบรับสูง ในกลุ่มคนชั้นกลาง

ชัชชาติ ได้สร้างภาพตัวเอง เป็นซูเปอร์แมน ที่มีร่างกายแข็งแกร่ง มีความติดดิน คลุกคลีสัมผัสกับชาวบ้านได้ทุกกลุ่มทุกวัย แต่การถอนตัวออกจากพรรคเพื่อไทย ทำให้เสียงสนับสนุนจากพรรคหายไป หากคุณหญิงสุดารัตน์ ลงสมัครชิงด้วย ยิ่งเป็นไปได้ยากว่า จะดึงฐานจากเพื่อไทยมาสนับสนุนได้เป็นกอบเป็นกำ แต่หากสามารถสร้างกระแสให้เป็นที่นิยมได้ ก็มีโอกาสไม่น้อยเช่นเดียวกัน

เวทีผู้ว่า.ฯกทม. คาดว่า จะมีผู้ลงชิงอีกหลายคน โดยเฉพาะจากพรรคก้าวไกล ที่ยังไม่ประกาศตัวออกมา น่าจะเป็นตัวเลือกที่มีโดดเด่นอีกคนหนึ่ง เวทีเลือกตั้งผู้ว่าฯในคราวนี้ จึงดุดเดือดเข้มข้น ชนิดที่อาจจะต้องตัดสินกันด้วยภาพถ่าย