ศอ.บต. ยัน จะพา “หนูน้อย” จากมาเลย์ กลับสู่ “อ้อมอกแม่” วันพรุ่งนี้

54

เลขาฯ ศอ.บต.ระบุ ลูกจ้างสาว ร้าน”ต้มยำกุ้ง” ที่ไปคลอดบุตร ในรพ.มาเลเซีย จะได้รับบุตรคืนในวันพรุ่งนี้ (5 ส.ค.) หลัง กระทรวงต่างประเทศ รับหน้าเสื่อ ประสานงานกับ ประเทศเพื่อนบ้าน

วันนี้ (4 ส.ค.) พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เผยถึงกรณีการลงพื้นที่เยี่ยมและให้ความช่วยเหลือ น.ส.นูรฮาลีซา เจะอาแว อายุ 18 ปี ลูกจ้างร้านอาหารต้มยำกุ้งในประเทศมาเลเซียได้คลอดลูก ณ โรงพยาบาล Kajang รัฐเซลังงอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ผ่านมา ว่า ขณะนี้ได้ให้ความช่วยเหลือเรียบร้อยแล้ว คาดว่ากระทรวงการต่างประเทศจะสามารถนำบุตรกลับประเทศไทยได้ในวันพรุ่งนี้

น.ส.นูรฮาลีซา ได้คลอดลูกก่อนกำหนด ทำให้บุตรมีน้ำหนักตัวเพียง 1.1 กก ส่งผลให้เด็กต้องเข้าตู้อบ นอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด จากนั้นเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2563 ที่ผ่านมา  น.ส.นูรฮาลีซา เจะอาแว ได้เดินทางกลับประเทศไทยเพื่อดำเนินการต่อวีซ่าที่อำเภอสะเดา จ.สงขลา และเข้าประเทศมาเลเซียไม่ได้เนื่องจากการประกาศปิดประเทศจากสถานการณ์โควิด-19 ที่กำลังระบาด ตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม 2563 เป็นต้นมา ทำให้ น.ส.นูรฮาลีซา ต้องเดินทางกลับบ้านที่จังหวัดปัตตานี และไม่ได้พบลูกเป็นเวลา 5 เดือนแล้ว จึงขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานภาครัฐ

ทั้งนี้ เลขาธิการ ศอ.บต. ได้ลงพื้นที่มาเยี่ยมเยียนให้กำลังใจ ในฐานะหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ที่ไม่ทอดทิ้งคนไทยด้วยกัน ในวันที่ 29 กรกฎาคมที่ผ่านมา และพร้อมช่วยเหลือในด้านการส่งเสริมอาชีพ ตลอดจนความเดือดร้อนในทุกด้าน และได้มอบเงินช่วยเหลือจำนวนหนึ่งเพื่อเป็นค่ารักษาพยาบาลบุตร ซึ่ง น.ส.นูรฮาลีซา ต้องจ่ายเงินเป็นค่ารักษาพยาบาลแก่โรงพยาบาล เป็นจำนวนเงิน 2 แสนบาท

โดยเลขาธิการ ศอ.บต. ระบุว่า เป็นความช่วยเหลือจากคนไทยด้วยกัน โดยไม่คำนึงว่าเป็นคนศาสนาใด ขอเป็นคนไทยเราก็พร้อมช่วยเหลือ เช่นเดียวกับการให้ความช่วยเหลือ นายมะยากี ดอมะ ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุคนร้ายบุกทำร้ายร่างกายจนแขนขวาขาดที่ประเทศมาเลเซีย เนื่องด้วยความขัดแย้งส่วนตัว แต่ภาครัฐก็พร้อมยื่นมือเข้าให้ความช่วยเหลือเพียงเพราะเป็นคนไทย พร้อมยืนเคียงข้างและไม่ทิ้งประชาชนไว้ข้างหลัง