ด่านเบตง คุมเข้ม! ชายแดน “ไทย-มาเลย์” หลังโควิด-19 ระบาดหนัก

42

ด่านเบตง ประกาศ คุมเข้ม ชายแดน ไทย-มาเลเซีย หลังพบ โควิด-19 ระบาดหนัก สั่ง จนท.ประกบ คนขับรถขนส่งสินค้าเข้า-ออก ให้อยู่ในพื้นที่ได้ไม่เกิน7 ชม. หลัง สถานการณ์ระบาด กระจายวงกว้างในหลายรัฐ ทั้ง เคดาห์, เปอร์ลิส และ ปีนัง

วันที่ 15 ก.ย.63 ที่ ด่านพรมแดนเบตง ตรงข้าม รัฐเปรัค ประเทศมาเลเซีย จนท.ด่านตรวจคนเข้าเมืองเบตง ตำรวจท่องเที่ยว นักวิชาการสาธารณสุข ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศเบตง จนท.ทหารชุดเฝ้าตรวจชายแดนที่ 4 ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 445 ได้ทำการตรวจสแกนควบคุมโรคคนไทยที่เดินทางมาจากประเทศมาเลเซีย โดยผ่านการตรวจอย่างละเอียด ภายหลังหลายรัฐในประเทศมาเลเซีย พบมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เพิ่มขึ้น โดยผู้ติดเชื้อรายใหม่ กระจายอยู่ในรัฐเคดาห์ รัฐเปอร์ลิส และปีนัง ซึ่งเป็นเขตพื้นที่ติดชายแดนไทย และมีช่องทางธรรมชาติ ที่สามารถลักลอบเข้าประเทศไทยได้อีกทั้งมีการขนส่งสินค้าโดยมีรถขนสินค้าเข้า – ออก ระหว่างประเทศ เป็นจำนวนมาก ท่ามกลางความเข้มงวดของเจ้าหน้าที่

นายชัยสิทธิ์ พานิชพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ได้ออกประกาศศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 จังหวัดยะลา เรื่องมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกัน การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ระลอก 2 ในพื้นที่ จ.ยะลา ให้ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคในพื้นที่ทุกระดับ กำนันผู้ใหญ่บ้าน บุคลกรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานต่างๆ รณรงค์ขอความร่วมมือ ทำความสะอาดพื้นผิวที่มีการสัมผัสบ่อย สวมหน้ากากอนามัย หรือ หน้ากากผ้า ล้างมือด้วยสบู่ หรือใช้แอลกอฮอล์เจล น้ำยาฆ่าเชื้อโรค เว้นระยะห่างอย่างน้อย 1 เมตร หลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่ที่มีผู้ร่วมกิจกรรมจำนวนมาก แออัด รวมถึงให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกับโรคของทางราชการอย่างเคร่งครัด

พ.จ.ท.อนันต์ บุญสำราญ นายอำเภอเบตง กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศไทยดีขึ้นมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.เบตง ยังคงไม่พบการแพร่ระบาด เพราะทุกฝ่ายช่วยกันดำเนินการตามมาตรการควบคุมป้องกันของ ศบค.และรัฐบาล อย่างเข้มแข็ง และต้องขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ตลอดแนวชายแดน ต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตาเฝ้าระวัง หากพบมีใครหลุดเข้ามา ก็ขอให้แจ้งข่าวแจ้งเบาะแสมายังเจ้าหน้าที่

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายมั่นคง ทั้งทหารและปกครอง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เพิ่มความถี่และเข้มงวดในการตรวจตรา เพื่อป้องกันการลักลอบ ซึ่งหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ใกล้พรมแดน อสม.ท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ต่างช่วยกันสอดส่องคนแปลกหน้าในพื้นที่ หากพบให้แจ้งเจ้าหน้าที่ เมื่อมีการจับตัวจะมีการตรวจหาเชื้อว่ามีหรือไม่ เพื่อประเมินความเสี่ยงต่อไป

ขณะที่ประเทศมาเลเซีย ยังพบว่า มีการระบาดของโควิด-19 รอบใหม่ได้เกิดขึ้นแล้วและเพิ่มขึ้นทุกวัน และเป็นพื้นที่ติดกับชายแดนภาคใต้ ห่างจาก อ.สะเดา จ.สงขลา เพียง 18 กิโลเมตร และห่างจากตัวเมือง อ.เบตง อีก 7 กิโลเมตร นอกจากนี้ ยังมีช่องทางธรรมชาติที่สามารถลักลอบเข้าประเทศไทยได้ โดยเฉพาะแรงงานต่างด้าวที่ลักลอบเข้ามา เจ้าหน้าที่ ตชด.445 ได้วางมาตรการในการป้องกัน โดยเฉพาะรถขนส่งสินค้าจากมาเลเซียเข้ามาไทย ให้คนขับรถ เข้ามาในเขตประเทสไทยได้ไม่เกิน 7 ชั่วโมง รวมทั้งลาดตระเวนตามช่องทางธรรมชาติด้วย