รองนายกฯ ประชุม ศปถ. ชู “ชีวิตวิถีใหม่ ขับขี่อย่างปลอดภัย ไร้อุบัติเหตุ”

16

“นิพนธ์” ชี้ ด่านป้องกันอุบัติเหตุ และ ด่านป้องกันโควิด-19 ต้องทำควบคู่กัน พร้อมกำชับให้ จนท. ต้องตรวจแอลกอฮอล์ทุกกรณี จากผู้ที่ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต จากอุบัติเหตุ ในเทศกาลปีใหม่ สั่งดำเนินการเชิงรุก บังคับใช้กฎหมายเข้ม ตั้งเป้าลดความสูญเสียให้มากที่สุด

วันที่ 28 ธ.ค.63 ที่ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการ ศปถ. ครั้งที่2/2563 ร่วมกับ ผวจ.ทั่วประเทศ ผ่านระบบ วีดีโอ คอนเฟอร์เร้น และร่วมพิธีเปิดศูนย์อำนวยการป้องกัน และลดอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2564 โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน พร้อม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย เข้าร่วมการประชุม

ที่ประชุมได้รับทราบความคืบหน้า การดำเนินงานป้องกัน และลดอุบัติเหตุทางถนน ในปีที่ผ่านๆมา ซึ่งมีสถิติผู้เสียชีวิตลดน้อยลง รวมทั้งรับทราบ กิจกรรมการแปลงนโยบายสู่การปฏิบัติ ด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมาย อย่างเข้มงวดในการปฏิบัติตามกฎจราจร ของผู้ขับขี่ พาหนะ การสร้างจิตสำนึกวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนน พร้อมทั้งการพัฒนาระบบการบริหารจัดการ กลไกการติดตามประเมินผล ในช่วงเทศกาลต่างๆ ที่มีมาตราการบูรณาการของทุกหน่วยงาน ร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุครอบคลุมทั้งพื้นที่ในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด

ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ ได้พิจารณาเรื่องสำคัญคือ มติเห็นชอบนโยบาย การดำเนินงานความปลอดภัยทางถนน ในทศวรรษหน้า (พ.ศ.2565-2575 ) เนื่องจากแผนแม่บทความปลอดภัยทางถนน ( พ.ศ.2561-2564 ) จะสิ้นสุดลง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ ร่วมแก้ปัญหาอุบัติเหตุบนท้องถนน แม้ในปีที่ผ่านมาจะมีสถิติการสูญเสียลดลง แต่อุบัติเหตุบนท้องถนนยังถือว่ามีความสำคัญ และนำมาซึ่งความสูญเสีย จำนวนมาก จึงจำเป็นจะต้องมีการกำหนดนโยบายยุทธศาสตร์ ทั้งระยะสั้น และระยะยาวโดย ให้จังหวัด ,อำเภอ,องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น,เจ้าหน้าที่ตำรวจ และกรมการขนส่งทางบก ได้นำไปปฏิบัติเพื่อแก้ไข และเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน ทั้งในช่วงเทศกาลปีใหม่ และตลอดทั้งปี ต่อไป

พล.อ.ประวิตร กล่าวตอนหนึ่งว่า “รัฐบาลมีความห่วงใยในความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน ที่จะต้องเดินทางกลับภูมิลำเนา หรือท่องเที่ยว ทำบุญ และเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ ซึ่งมีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ รัฐบาลจึงได้มีคำสั่งให้ตั้งศูนย์ฯ พร้อมกำชับ มท.,สตช. และ กรมการขนส่งทางบก ตลอดจนหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ให้กำหนดมาตรการเชิงรุก เตรียมความพร้อมให้ชัดเจน บังคับใช้ กม. อย่างจริงจัง สร้างการตระหนักรู้ให้แก่ประชาชน ”

นายนิพนธ์ กล่าวเสริมว่า “การสังสรรค์เฉลิมฉลองช่วงปีใหม่ เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะการร่วมวงสังสรรค์ในหมู่เครือญาติใกล้ชิด ซึ่งต้องไม่ลืมในเรื่องของการเมาสุราแล้วขับขี่ยานพาหนะและจะต้องมีการตรวจแอลกอฮอล์ในเลือดทุกกรณีที่มีการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ จะต้องตระหนักและให้ความสำคัญกับมาตรการการเว้นระยะห่างสังคมเพื่อป้องกันโควิดฯ เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบต้องดำเนินมาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุควบคู่ไปกับการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 ด้วย”