งามหน้าอีก! ตำรวจระดมยิงหมดแม็ก ใส่รถเสมียนสาวแพปลาจนพรุน แค่สงสัยเป็นคนร้ายยิงตำรวจ

190

สาวเสมียนแพปลา เผยนาทีระทึกตำรวจตรังระดมยิงห่ากระสุนใส่รถขณะเดินทางไปอบรม กระสุนเจาะขาเจ็บ ก่อนคุมตัวสามีและน้องสาว คิดว่าเป็นคนร้ายที่หลบหนีมาจากพื้นที่ จ.กระบี่ แต่เป็นการยิงผิดเป้าหมาย ส่วนคนร้ายตัวจริงยังลอยนวล ญาติลั่นไม่ยอมแน่นอน เอาเรื่องตำรวจถึงที่สุด หวั่นตำรวจช่วยเหลือกันเอง

 

กรณีเกิดเหตุมีคนร้าย เป็นสามี – ภรรยา ทะเลาะวิวาท โดยกักขังภรรยาไว้ในบ้าน ทางหลังวัดคลองพน พื้นที่หมู่ 6 บ้านพรุใหญ่ ต.คลองพน อ.คลองท่อม จ.กระบี่ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ทรายขาว จึงได้เข้าตรวจสอบ ทำให้คนร้ายซึ่งเป็นสามีใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ 1 นาย คือ ร.ต.ท.ทรงฤทธิ์ หนูสาย เจ็บหนักส่ง รพ.กระบี่ และผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 ถูกยิงได้รับบาดเจ็บเช่นเดียวกัน รวมบาดเจ็บ 2 ราย ส่วนคนร้ายหลังก่อเหตุได้หลบหนีออกจากพื้นที่ จ.กระบี่ และหลบหนีเข้ามาในพื้นที่ จ.ตรัง ด้วยรถยนต์เก๋ง สีขาว ไม่ทราบแผ่นป้ายทะเบียน หมวด จ.เพชรบุรี พร้อมด้วยอาวุธปืนสั้นและปืนยาวมาในรถด้วย
ต่อมาทางกำลังตำรวจชุดสืบสวน สภ.ห้วยยอด จ.ตรัง หลังรับการประสานมาจาก สภ.ทรายขาว จ.กระบี่ จึงได้ตั้งจุดสกัดบริเวณสี่แยกอันดามัน ต.เขากอบ อ.ห้วยยอด จ.ตรัง ต่อมาช่วงเวลาประมาณ 14.30 น.วันที่ 4 ม.ค.64 ปรากฏว่าระหว่างที่ตั้งจุดตรวจสกัดอยู่นั้น ได้พบรถยนต์ต้องสงสัย เป็นรถยนต์เก๋งยี่ห้อนิสสัน รุ่นอัลเมร่า สีขาว ทะเบียน กธ 7693 กระบี่ ขับมาขี่โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่าน่าจะเป็นรถต้องสงสัยคันเดียวกับที่ก่อเหตุ จึงได้ใช้อาวุธปืนกระหน่ำยิงใส่ และเข้าตรวจสอบรถอย่างทันที โดยรถมีร่องรอยคมกระสุนเจาะเข้าจำนวนหลายจุดทั้งคัน ยางล้อหลังทั้ง 2 เส้นแตก
พบภายในรถโดยสารกันมาจำนวน 3 ราย โดยมีนายสุทธิราช หมาดแดหว่า อายุ 38 ปี อาชีพขับรถส่งของ อยู่บ้านเลขที่ 1/3 9 ต.คลองพน อ.คลองท่อม จ.กระบี่ เป็นคนขับรถ และคนนั่งข้างคือ น.ส.หนึ่งฤทัย วงศ์ประเสริฐ อายุ 29 ปี อาชีพเสมียนแพปลาแห่งหนึ่ง ใน จ.กระบี่ เป็นภรรยา ได้รับบาดเจ็บถูกเจ้าหน้าที่ยิงทะลุรถบริเวณประตูกระสุนเจาะเข้าต้นขาซ้าย ได้รับบาดเจ็บ ส่วนคนนั่งหลังคือ น.ส.สุดารัตน์ หมาดแดหว่า อายุ 24 ปี ซึ่งเป็นน้องสาวของนายสุทธิราช ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะนำร่างผู้บาดเจ็บคือ น.ส.หนึ่งฤทัย ส่ง รพ.ห้วยยอด และทำการควบคุมตัว นายสุทธิราช และ น.ส.สุดารัตน์ ไว้ ก่อนจะประสานไปยัง พ.ต.อ.ประดิษฐ ชัยพล ผกก.สภ.ห้วยยอด พ.ต.ท.ประเสริฐ สงแสง รอง ผกก.(สอบสวน) และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ภ.จว.ตรัง เข้าตรวจสอบ
ก่อนจะทำการตรวจสอบภายในรถไม่พบสิ่งของผิดกฎหมายแต่อย่างได ส่วนนายสุทธิราช และ น.ส.สุดารัตน์ ที่ได้ถูกควบคุมตัวไว้นั้นอยู่ในอาการตื่นตกใจและขวัญผวาเป็นอย่างมาก พร้อมยืนยันตลอดเวลาว่าไม่ได้ก่อเหตุหรือทำผิดกฎหมายมาแต่อย่างได จึงได้นำตังทั้งคู่มาทำการสอบสวน ที่ สภ.ห้วยยอด โดยทำการแยกกันสอบ โดยมีบรรดาญาติพี่น้องของผู้เสียหายต่างรีบเดินทางมาที่สถานีตำรวจ โดยในเบื้องต้นมีการยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจยิงผิดตัว โดยในขณะนี้ยังคงไม่ทราบตัวผู้ก่อเหตุที่แท้จริงว่าหลบหนีไปในเส้นทางได
จากการสอบปากคำ นายสุทธิราช ให้การว่า ตนเองขับรถออกจากบ้านในพื้นที่ ต.คลองพน อ.คลองท่อม จ.กระบี่ เพื่อเดินทางมายัง สถานีรถไฟตรัง เพื่อที่จะเดินทางไปอบรมที่ จ.สุราษฎร์ธานี ในวันพรุ่งนี้ โดยนำภรรยา มาพร้อมกับน้องสาวตนเอง เพื่อจะได้ขับรถกลับ แต่ตอนเกิดเหตุตนเองเห็นตำรวจยืนอยู่บริเวณสี่แยก ในใจคิดว่าน่าจะเกิดอุบัติเหตุ จึงได้ทำการเปลี่ยนเลน และชะลอรถ แต่ทันไดนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้กระหน่ำยิงเข้าอย่างจัง จนตนเองต้องหยุดรถ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้ามาควบคุมตัวอย่างทันที โดยที่ตนเองไม่ได้พูดอะไรแม้แต่น้อย และยืนยันว่าไม่ใช้คนร้าย
ด้านนายห้าสัน หมาดแดหว่า อายุ 58 ปี อยู่บ้านเลขที่ 91/1 หมู่ 9 ต.คลองพน อ.คลองท่อม จ.กระบี่ พ่อนายสุทธิราช กล่าวว่า ตอนเกิดเหตุตนไม่ได้รู้รายละเอียดมากนักเพราะอยู่ที่บ้านแต่ลูกชายอยู่บนถนน เท่าที่ฟังทราบว่าลูกชายกำลังเดินทางไปที่สถานีรถไฟตรังเพื่อที่จะไป จ.สุราษฎร์ธานี ไปกัน 3 คน มีลูกสะใภ้ ลูกชายและน้องสาวอีกคนนึ่งเพื่อนั่งเป็นเพื่อนกันขากลับ ก็เริ่มเดินทางวันนี้เพราะพรุ่งนี้มีประชุม แต่ระหว่างทางตำรวจเกิดเข้าใจผิดคิดว่าลูกชายเป็นคนร้าย ได้ใช้อาวุธปืนยิงล้อรถทั้งสองข้าง ถูกลูกสะใภ้อีก
นายห้าสัน กล่าวอีกว่า ลูกชายเป็นคนที่ไม่ข้องเกี่ยวกับยาเสพติด ของมึนเมา แม้กระทั่งบุหรี่ก็ยังไม่สูบ จนรู้สึกเสียใจ น้อยใจ มากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำไมก่อนที่ตำรวจจะทำงานไม่ตรวจดูให้ดีก่อน เพราะทะเบียนรถก็ไม่เหมือนกัน รถของลูกชายเป็นป้ายจังหวัดกระบี่ แต่ของคนร้ายเป็นป้ายทะเบียนจังหวัดเพชรบุรี แต่บังเอิญว่ารถสี และยี่ห้อ เหมือนกัน หลังจากนี้ก็จะขอคุยกับญาติก่อน แต่ยืนยันว่าจะมีการดำเนินคดี ไม่ให้เรื่องเงียบ เพราะตำรวจทำเกินกว่าเหตุ อีกทั้งลูกสะใภ้ต้องมาบาดเจ็บและหยุดทำงาน อีกทั้งทรัพย์สินเสียหาย และรู้สึกจิตตกกันทั้งสิ้น โดยที่ไม่สมควรจะเกิดขึ้น และหวั่นว่าจะไม่ได้รับความยุติธรรม
อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่เปิดเผยข้อมูลใดๆให้กับผู้สื่อข่าว และอยู่ในระหว่างการสอบสวนผู้เสียหายทั้ง 2 ราย ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บคือ น.ส.หนึ่งฤทัย ภรรยา นายสุทธิราช อยู่ในอาการปลอดภัยแล้ว และอยู่ในระหว่างการไล่ล่าตัวผู้ก่อเหตุที่แท้จริง ข่าวคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป.