เหตุระเบิดบ้าน”สะแปอิง” เป็นปะทัดยักษ์ ชี้ถูกบีบสารภาพประกอบระเบิด

1626

ภรรยาคนเจ็บเล่านาทีระทึก! กรณีเกิดเหตุร้ายคล้ายระเบิดภายในครอบครัวบ้าน “สะแปอิง” ในพื้นที่ ต.บานา อ.เมือง จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 8 มี.ค.ที่ผ่านมา ทำให้สามี ลูกและหลานชายได้รับบาดเจ็บ 5 ราย ยืนยันไม่ใช่การประกอบระเบิด วอนขอความเป็นธรรมจากทุกฝ่าย
วันนี้ (11 มี.ค.) ความคืบหน้ากรณีเหตุเสียงคล้ายระเบิด ที่บ้านเลขที่ 38/3 ม.2 บ้านบานา ต.บานา อ.เมือง จ.ปัตตานี เมื่อช่วงเวลา 15.50 น. ของวันที่ 8 มี.ค.ที่ผ่านมา จนเป็นเหตุให้สมาชิกในครอบครัวสะแปอิง 4 ราย และหลานชายอีก 1 ราย ถูกนำส่งโรงพยาบาลปัตตานี ประกอบด้วย นายอัสมิน สะแปอิง อายุ 35 ปี (พ่อ) ด.ญ.ซูนีตา สะแปอิง อายุ 8 ปี ด.ญ.ซูปียา สะแปอิง อายุ 4 ปี ด.ช.ซุบฮา สะแปอิง อายุ 1 ปี และนายฮัมดี อุมะ อายุ 23 ปี (หลานชาย) ได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยแพทย์ต้องนำ ด.ญ.ซูนีตา กับ ด.ช.ซุบฮา เข้าห้องไอซียู

ล่าสุด ด.ญ.ซูนีตา สะแปอิง แพทย์ได้อนุญาตให้ออกจากห้องไอซียู เพื่อพักรักษาตัวที่ตึกรัศมีศัลยกรรมอุบัติเหตุ และเริ่มรับประทานอาหารตามปกติได้บ้างแล้ว แต่ยังมีอาการซึมเศร้า เพราะมีโรคประจำอยู่แล้วคือโรคหัวใจเสีย โดยยังคงเหลือเพียง ด.ช.ซุบฮา สะแปอิง ที่ยังคงพักรักษาตัวอยู่ภายในห้องไอซียู เพราะแพทย์ต้องดูแลอาการอย่างใกล้ชิด และเพื่อป้องกันการติดเชื่อ เนื่องจากมีบาดแผลที่บริเวณหน้าท้อง ทำให้ลำไส้ทะลุออกมาด้านนอก ซึ่งขณะนี้แพทย์ได้ทำการผ่าตัดเย็บแผลเรียบร้อยแล้ว เพียงแต่ยังต้องรอดูอาการ ส่วนที่เหลือขณะนี้เริ่มดีขึ้นภาวะพ้นขีดอันตรายแล้ว โดยเฉพาะ นายอัสมิน สะแปอิง (พ่อ) เริ่มรู้สึกตัวบ้างแล้ว แต่แพทย์ยังคงต้องใช้เครื่องช่วยหายใจอยู่

ด้านนางสุไบดะห์ หะยีบือราเฮง แม่ของน้องทั้ง 3 คน และเป็นภรรยาของ นายอัสมีน สะแปอิง ได้เปิดเผยถึงนาทีระทึกขวัญที่เกิดกับครอบครัวว่า ในช่วงเวลาก่อนเกิดเหตุ ตนกับสามีได้เร่งเตรียมข้าวของที่จะนำไปวางขายที่ตลาดนัด ส่วนลูกนั้นได้นั่งเล่นที่พื้นภายในครัว โดยลูกทั้ง 2 คน (ด.ญ.ซูนิตา กับ ด.ญ.ซูฟียา) กำลังนำประทัดยักษ์มาทุบตีเล่นจนแตกกระจายอยู่กับพื้น ตนจึงได้นำไม้กวาดมากวาดกองไว้กับพื้น และยังไม่ทันเก็บไปทิ้ง เพราะมัวยุ่งอยู่กับการเตรียมข้าวของที่จะพาไปขายที่ตลาดนัด

จากนั้นเมื่อเตรียมข้าวของเสร็จแล้ว ก็ให้ นายอัสมิน ขึ้นรถพ่วงสามล้อพาไปส่งที่ตลาดนัดบานา โดยมีลูกคนเล็ก (ด.ช.ซุบฮา) พาไปด้วย เมื่อเอาของขายวางที่ตลาดนัดเสร็จเรียบร้อย สามีก็พาลูกกลับมาบ้าน จากนั้นสามีก็นั่งลงกับพื้นเพื่อซ่อมเครื่องโทรศัพท์ที่เพื่อนบ้านฝากมาช่วยซ่อม ซึ่งโทรศัพท์ไม่ค่อยมีไฟในแบตจึงชาร์จไฟ โดยมีลูกทั้ง 3 คนอยู่ด้วย ลูกคนเล็กก็มานั่งตักของพ่อ ส่วนตัวเองก็นั่งอยู่บนแคร่กับหลานชายภายในครัวเช่นเดียวกัน

นางซุไบดะห์ ยังเล่าอีกว่า ก่อนที่จะเกิดเหตุระทึกขวัญในครั้งนี้ขึ้น ตัวเองได้เอ่ยปากพูดเตือนสามีว่าระวังหน่อย มัวแต่นั่งซ่อมเดี๋ยวเกิดประกายไฟกับผงประทัดยักษ์ ที่ลูกเอามาทุบเล่นกองอยู่กับพื้น ซึ่งหลังจากพูดเตือนมาได้ไม่กี่นาที ก็เกิดเสียงดังคล้ายระเบิดขึ้น จนเป็นเหตุให้สามีและลูกได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

ตนเองจึงรู้สึกเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นกับครอบครัว เพราะเกิดจากความประมาทของตัวเอง ถ้ากวาดเศษประทัดยักษ์ที่ลูกทุบแตกเอาไปทิ้ง คงไม่เกิดเหตุสลดใจจนถึงขนาดนี้ แต่ที่น่าเสียใจมากกว่านั้นคือ ถูกเจ้าหน้าที่รัฐบางคนพิพากษาแล้วว่า เป็นการประกอบระเบิด ทั้งที่ไม่ใช่ เพราะถ้าประกอบระเบิดจริง ตนเองและลูกจะไปนั่งรอให้มันระเบิดตายทำไม ไม่รู้เอาส่วนไหนไปคิด ทำไมชอบมองประชาชนเป็นโจร แล้วความยุติธรรมมันอยู่ที่ไหน

ส่วนความคืบหน้าของคดีนั้น ทางพนักงานสอบสวนได้นำชิ้นส่วนที่พบเจอในที่เกิดเหตุไปตรวจสอบแล้วว่า เกิดจากสาเหตุอะไร จึงทำให้เกิดเหตุคล้ายระเบิด จนทำให้มีผู้ได้รับผู้ได้รับบาดเจ็บ 5 ราย ซึ่งเป็นสมาชิกในครอบครัวเดียวกัน

ด้านนายฮัมดี อุมะ หนึ่งในเหยื่อเหตุคล้ายระเบิดได้รับบาดเจ็บ มีบาดแผลบริเวณหน้าอกติดกับไหปลาร้าทำให้เลือดไหลจำนวนมาก แต่ขณะนี้อาการเริ่มดีขึ้นเป็นลำดับ ยังคงพักรักษาตัวที่ตึกศัลยกรรมอุบัติเหตุ (ศอ.) หลังเก่า ได้เปิดเผยกับทีมข่าวว่า หลังเกิดวันแรกและวันที่สอง ได้มีคน 2 คน อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่งชุดนอกเครื่องแบบ เข้ามาสอบถามที่เตียงคนไข้ โดยไม่อนุญาตให้ญาติเข้ามาร่วมรับฟัง และไม่อนุญาตให้อยู่กับคนไข้

โดยเจ้าหน้าที่ทั้ง 2 คน ได้นำรูปถ่ายจากเครื่องโทรศัพท์มือถือให้ดู ซึ่งยังไม่รู้ว่าภาพถ่ายดังกล่าวถ่ายมาจากไหน โดยเจ้าหน้าที่ดังกล่าวขู่ให้รับสารภาพว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการประกอบระเบิดจริง แต่ถ้าไม่ยอมก็จะนำตัวไปที่โรงพัก แต่ถ้ายอมรับสารภาพ คดีหนักจะทำให้โทษเบาได้ ตนจึงไม่ยอมรับเพราะมันไม่ใช่การประกอบระเบิด

ตนเองเข้าไปที่บ้านที่เกิดเหตุวันนั้น และพาเครื่องโทรศัพท์มาด้วย เพราะอยากให้ลุงเขาช่วยซ่อมโทรศัพท์ให้ด้วย แต่พอมาถึงเห็นลุงกำลังนั่งซ่อมโทรศัพท์ที่พื้น โดยมีลูกนั่งวงอยู่ด้วย ตนจึงนั่งบนแคร่และได้นั่งคุยกับป้า จนกระทั่งเกิดเสียงดังขึ้นคล้ายเสียงระเบิด จนเป็นเหตุให้มีคนเจ็บหลายคน ตนจึงรีบออกจากบ้านหลังกล่าว เพื่อเรียกให้คนมาช่วยนำคนเจ็บส่งโรงพยาบาล

ซึ่งนอกจากตนที่ถูกคนอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจขู่ให้รับสารภาพว่าเป็นการประกอบระเบิด แต่ตนเองก็ไม่ยอมรับเพราะมันไม่จริง เจ้าหน้าที่ดังกล่าวยังได้เรียกเพื่อนสนิทที่กำลังเฝ้าตนอยู่ที่เตียงคนไข้ ออกคุยข้างนอกเพื่อให้โน้มน้าวตนเองให้ยอมรับว่าเป็นการประกอบระเบิด ทำให้ต้องบอกคุณแม่ให้ได้รับรู้ เพราะเจ้าหน้าที่ดังกล่าวบอกว่าจะมาใหม่อีกครั้ง จึงทำให้ตนไม่สบายใจ และเริ่มหวาดกลัวกับเรื่องที่เกิดขึ้นว่า หลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้นกับครอบครัวของตนเอง และครอบครัวของน้าจะปลอดภัยหรือไม่

จึงอยากฝากให้ผู้บังคับบัญชา หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบ และกรุณาคุ้มครองประชาชนคนจนอย่างพวกตนด้วย ทำไมต้องบีบให้คนเป็นโจรด้วย ทำไมไม่มอบความเป็นธรรมให้กับประชาชน ครอบคนจนอย่างพวกตนด้วย จนถึงวันนี้หลังเกิดเหตุยังไม่มีหน่วยงานรัฐ หน่วยงานใดเข้ามาเยี่ยมเพื่อให้กำลังใจเลย แต่ยังกลับมาซ้ำเติมอีกด้วย หรือถูกพิพากษาว่าเป็นครอบครัวโจรแล้วหรืออย่างไร