ปลัดอำเภอบุกมัสยิด เตือนรวมตัวละหมาดตารอเวี๊ยะห์ฝ่าฝืนคำสั่ง

7020

ปลัดอำเภอสุไหงโกลก นำอส.บุกจับมุสลิมที่รวมตัวละหมาดตารอเวี๊ยะห์ฝ่าฝืนคำสั่งห้ามรวมตัว เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโควิด-19

ที่อำเภอสุไหงโกลก จ.นราธิวาส  ปลัดอำเภอสุไหงโกลก ได้นำเจ้าหน้าที่อาสาสมัคร(อส. )เข้าไปยังมัสยิดปากีสถาน เพื่อทำความเข้าใจคำสั่งของทางจังหวัดและจุฬาราชมนตรี ไม่ให้มีฝ่าฝืนไปทำการละหมาด ตารอเวี๊ยะห์ในมัสยิด ซึ่งจะเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งผู้ว่าราขการจังหวัดและจุฬาราชมนตรี ที่ห้ามรวมตัวละหมาดที่มัสยิดเพื่อกันการระบาด ของเชื้อไวรัสโควิด-19 ผิดพรบ. โรคติดต่อ  โดยมีการขอความร่วมมือ หากมีการฝ่าฝืนอีกก็จะจับปรับตามกฎหมาย ซึ่งชาวบ้านก็เชื่อฟัง

สำหรับจังหวัดนราธิวาส มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 จากการระบาดระลอกใหม่ เกือบ 500 คน เป็นจังหวัดหนึ่งของภาคใต้ที่มีตัวเลขการระบาดสูง

ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ อีซา อรุณเกียรติ  ชี้แจงว่า ในวันที่เกิดเหตุเป็นคนนึงอยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วย ด้วยความเคารพอย่างสูง วันที่เกิดเหตุไม่มีการจับกุม ปรับหรือลงโทษใดๆทั้งสิ้นตามที่เป็นข่าว  ในความเป็นจริงมีทีมงานจากปลัดอำเภอมาขอความร่วมมือจากทางมัสยิดให้งดทำการละหมาดตารอเวียห์ เพื่อเป็นการลดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าหรือโควิด19

‘ผมเข้าใจว่าความผิดพลาดหรือความเข้าใจผิดเกิดขึ้นได้กับทุกคน ผมจึงจะไม่โทษทางเพจที่ลงข่าวผิดไปจากความเป็นจริง ดังนั้นในฐานะหนึ่งในคณะกรรมการมัสยิดปากีสถาน อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ผมจึงอยากขอความกรุณาจากแอดมินเพจให้แก้เนื้อข่าวให้เป็นความจริงนะครับ เพื่อไม่ให้เกิดภาพลักษณ์ที่เสียหายแก่มัสยิดและไม่เป็นการสร้างความแตกแยกในสังคมนะครับ ขอบคุณครับ”