ตอลิบัน รุกคืบหนัก ประชิดกรุงคาบูล ห่างแค่80กม. ต่างชาติเร่งอพยพทูตออกแล้ว

79

กลุ่มนักตอลิบัน รุกคืบอย่างหนัก ใกล้เข้าถึงกรุงคาบูล เมืองหลวงของ อัฟกานิสถานแล้ว โดยเหลือระยะทางอีก ประมาณ 80 กม.เท่านั้น ขณะต่างชาติเร่งอพยพทูต รวมทั้ง เดนมาร์ค และ นอร์เวย์ ส่วนสหรัฐฯ สั่งทำลายเอกสาร  สำคัญต่างๆแล้ว หลังถอนกำลังทหารออกจากสมรภูมิ

วันที่ 14 ส.ค.2564 บีบีซี รายงานความคืบหน้าการสู้รบระหว่างกองทัพอัฟกานิสถานกับกลุ่มติดอาวุธตอลิบันว่า หน่วยปฏิบัติการพิเศษของสหรัฐอเมริกากว่า 3 พันนาย เดินทางถึงอัฟกานิสถาน เพื่อช่วยอพยพเจ้าหน้าที่นักการทูต เช่นเดียวกับชาติต่างๆ ที่กำลังเร่งอพยพพลเมืองของตัวเองออกจากอัฟกานิสถาน เนื่องจากกลุ่มตอลิบันรุกคืบเข้าใกล้กรุงคาบูลสถานการณ์ล่าสุดเกิดขึ้นหลังนครปุลเออาลาม เมืองเอกแคว้นโลการ์ ถูกยึดครองได้สำเร็จโดยนักรบตอลิบัน ห่างไปจากกรุงคาบูลเพียง 80 กิโลเมตร ขณะที่การสู้รบทำให้มีผู้อพยพแล้วกว่า 250,000 คน นายจอห์น เคอร์บี โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐ ระบุถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นน่ากังวลอย่างมาก แต่ปฏิเสธกระแสการคาดการณ์ที่ว่า กรุงคาบูลกำลังตกอยู่ในอันตราย กรณีที่วอชิงตันโพสต์ ตีแผ่ข้อมูลวิเคราะห์ของฝ่ายข่าวกรองสหรัฐว่า กรุงคาบูลอาจล่มสลายภายใน 30 วันหลังการถอนทหารออกจากสมรภูมิของสหรัฐเจ้าหน้าที่การทูตของสหรัฐในกรุงคาบูล ได้รับคำสั่งเริ่มเผาทำลายเอกสารที่มีเนื้อหาอ่อนไหวทั้งหมด เพื่อป้องกันไม่ให้ตกไปอยู่ในมือของนักรบตอลิบันหากกรุงคาบูลถูกยึดครอง ส่วนชาติอื่นๆ ได้แก่ เดนมาร์ก และ นอร์เวย์ ประกาศปิดสถานเอกอัครราชทูตแล้ว ขณะที่อังกฤษ ซึ่งส่งหน่วยปฏิบัติการพิเศษ 600 นาย ไปอพยพเจ้าหน้าที่และชาวอัฟกันที่ทำงานให้สถานทูต ระบุจะลดเจ้าหน้าที่ลงเหลือน้อยที่สุด

นอกจากนี้ นายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ หรือ ยูเอ็น ยังกล่าวอ้อนวอนให้นักรบตอลิบันยุติการรุกราน พร้อมเรียกร้องให้ประชาคมโลกแสดงจุดยืนว่า การใช้กำลังอาวุธเข้ายึดอำนาจการปกครองนั้นเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้