จับแล้ว 4 ทีมผกก.โจ้ แก๊งคลุมหัวรีดทรัพย์ ข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นดดยเจตนา เจ้าตัวยังหนี ขณะที่จเรตำรวจเตือนให้มอบตัว ผบ.ตร.สั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน
วันที่ 25 สิงหาคม ศาลจังหวัดนครสวรรค์ ได้ออกหมายจับตำรวจ 7 นาย ชุดจับกุมยาเสพติดที่ปรากฎในคลิป ถุงคลุมศรษะผู้ต้องหาคดียาเสพติดและรุมทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิต ในข้อหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา” โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถควบคุมตัวผู้ก่อเหตุ 4 คน เหลือ 3 คน ยังหลบหนี รวมทั้ง พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนพล อดีต ผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์
ด้าน พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.) ได้เดินทางสอบปากคำผู้ต้องหาที่จับกุมได้ด้วยตัวเอง และฝากถึง ผกก.โจ้ หากดูข่าวแล้วให้มามอบตัว เป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์แต่มาก่อเหตุเสียเอง
สำหรับรายชื่อชุดปราบปรามยาเสพติดเมืองนครสวรรค์ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนพล ผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์ในขณะนั้น ลงนามในคำสั่ง สภ.เมืองนครสวรรค์ ที่ 253/2564 เมื่อวันที่ 5 ก.ค.2564 แต่งตั้งรายชื่อชุดปราบปรามยาเสพติด สภ.เมืองนครสวรรค์ จำนวน 11 นาย คือ
1. ร้อยตำรวจ – “ร” รอง สว.สภ.เมืองนครสวรรค์ (หัวหน้าชุด) 2. ร้อยตำรวจ – “น” รอง สว.สภ.เมืองนครสวรรค์ (รองหัวหน้าชุด) 3. ดาบตำรวจ “ส” 4. ดาบตำรวจ “ค” 5. ดาบตำรวจ “ช” 6. ดาบตำรวจ “ว” 7. ดาบตำรวจ “พ” 8. ดาบตำรวจ “ภ” 9. ดาบตำรวจ “ช” 10. ดาบตำรวจ “ศ” และ 11. สิบตำรวจเอก “ต” ผบ.หมู่ (ป) สภ.เมืองนครสวรรค์ (ประจำชุด).
ด้าน ผบ.ตร. พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ลงนามในคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน ในคำสั่งระบุว่า “ด้วยพ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล ผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์ รับเงินเดือน (ระดับ) ส.4 ขั้น 20 อัตราเงินเดือน 43,330 บาท มีกรณีถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง จนถูกตั้งกรรมการสอบสวนตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 406/2564 ลงวันที่ 24 สิงหาคม 2564 ในเรื่องที่ผู้ถูกกล่าวหาถูกร้องเรียนว่าได้ทำร้ายร่างกายโดยการทรมานนายจิระพงศ์ ธนะพัฒน์ ผู้ต้องหาคดียาเสพติด เพื่อเรียกเงินจำนวน 2 ล้านบาทจนเป็นเหตุให้เสียชีวิต และถูกดำเนินคดีอาญาโดยกล่าวหาว่าร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ตามเลขคดีอาญาของสถานีตำรวจภูธรเมืองนครสวรรค์ที่ 1165/2564 ลงวันที่ 24 สิงหาคม 2564 และมีเหตุให้พักราชการได้ตามกฎ ก.ตร. ว่า ด้วยการสั่งพักราชการและการสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน พ.ศ. 2557 ข้อ 3(1) คือผู้นั้นถูกตั้งกรรมการสอบสวนหรือต้องหาว่ากระทำความผิดอาญาในเรื่องเกี่ยวกับการทุจริตต่อหน้าที่ราชการ ถ้าให้ผู้นั้นคงอยู่ในราชการอาจเกิดการเสียหายแก่ราชการและได้พิจารณาแล้วเห็นว่าการสอบสวนพิจารณาคดีที่เป็นเหตุให้สั่งพักราชการนั้นจะไม่แล้วเสร็จโดยเร็ว”




