ลูกจ้างสาวกองกีฬา อบจ.จนครศรีธรรมราชวิ่งโร่แจ้งความลั่นเอาผิดผู้บริหาร ทำร้ายร่างกาย กักขัง น้องชายเผย รับไม่ได้
วันที่ 27 พฤษภาคม 2565 ที่ สภ.เมืองนครศรึธรรมราช นางสาวณัฐชยา ศาสนาภาพ อายุ 48 ปี ลูกจ้างภารกิจ กองการกีฬา องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมด้วยญาติ ได้เดินทางเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้บริหาร อบจ.รายหนึ่ง ในข้อหาทำร้ายร่างกาย กักขังหน่วงเหนี่ยว เหตุเกิดเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคมที่ผ่านมา พร้อมกับมอบหลักฐานคือใบตรวจสุขภาพเพื่อมอบให้กับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครศรีธรรมราช
จากการสอบถาม นายสิงหา ศาสนาภาพ น้องชาย ทราบว่า พี่สาวกำลังให้ปากคำกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งจากการบอกเล่าของพี่สาวทราบว่า เหตุเกิดเมื่อวันที่ 24 พค.ที่ผ่านมา ผู้บริหาร อบจ.ได้เรียกพี่สาวตนเองเข้าพบ พร้อมสอบถามว่าใครโพสต์ข้อความเรื่องการทุจริตเบี้ยเลี้ยงนักกีฬาในโซเชี่ยล ช่วยบอก นาย.ก.ให้ลบข้อความดังกล่าว แต่พี่สาวปฎิเสธ พร้อมบอกให้ผู้บริหารคนดังกล่าวสั่งเองจะดีกว่า เนื่องจากตนเองเป็นเพียงลูกจ้างไม่สามารถสั่งได้

จนในที่สุดผู้บริหารคนดังกล่าว ได้ขู่ว่าหากไม่บอกให้นาย ก.ลบโพสต์ดังกล่าว จะไม่ให้ออกจากห้อง พร้อมเดินไปล็อกประตูห้องทำงาน และมีปากเสียงกัน ผู้บริหารคนดังกล่าวโกรธจึงชกพี่สาวเข้าตรงใบหน้า พี่สาวร้องขอความช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่หน้าห้องวิ่งมาเคาะประตู แต่ผู้บริหารไม่เปิดประตู พร้อมขู่ว่าหากมีปืนจะยิงพี่สาว เป็นจังหวะที่เจ้าหน้าที่ผู้ชายวิ่งมาเคาะประตูอีกครั้งผู้บริหารคนดังกล่าวจึงเดินมาเปิดประตู พร้อมตบเข้าใบหน้าพี่สาวอีกครั้ง จากนั้นมีการพูดคุยกัน จึงมีการนำพี่สาวออกไปส่ง รพ.มหาราช พบดั้งจมูกหัก ขอบตามีรอยบวมช้ำ นอนพักรักษาตัว ทางครอบครัวจึงตัดสินใจเข้าแจ้งความดำเนินคดี
“วันเกิดเหตุ ทราบว่า ผู้บริหารหญิง อบจ.ได้เรียกน้องสาวเข้าพบ พร้อมให้ผู้บริหารเจ้าเรื่องขอโทษ หากเป็นคุณ คุณจะรับได้หรือไม่ ผู้ชายทำร้ายผู้หญิง ทางครอบครัวตกลงกันว่าเราจะไม่ยอมและจะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ไม่ได้ทำร้ายอย่างเดียว กักขังหน่วงเหนี่ยวด้วย และหากมึปืนพี่สาวผมต้องตายอย่างแน่นอน และผมทราบว่ากรณีการชกแบบนี้เคยชกสื่อมวลชนมาแล้วเช่นกัน ผูับริหารไม่มีมนุษยธรรม ไม่มีคุณธรรม ”
ผู้สื่อข่าวรายงาน จากการตรวจสอบใบหน้า นางสาวณัฐชยา พบว่า มีร่องรอยเขียวช้ำที่ขอบตาซ้าย ดั้งจมูกหัก ทาง รพ.นัดตรวจและจะทำการผ่าตัดอีกครั้ง โดยกล่าวเพียงสั้นๆว่า ช่วงเวลาที่เกิดเหตุโหดร้ายมาก เหมือนถูกฆ่า ไม่รู้ชะตากรรมจะเป็นอย่างไร ใครทำผิดก็ไปคุยกันเอง ตนเป็นเพียงลูกจ้างตัวเล็กๆ ที่ทำงานมานาน ยอมรับว่าเสียใจ และจะร้องขอความเป็นธรรมกับสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช และสมาคมผู้สื่อข่าวนครศรีธรรมราช ช่วยเหลือในครั้งนี้ด้วย ขอบคุณทุกๆคนที่ช่วยให้กำลังใจ
อย่างไรก็ตาม บรรยากาศโดยทั่วไปใน อบจ ค่อนข้างเงียบ โดยตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา มีการจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ถึงเรื่องที่เกิดขึ้น เมื่อสอบถามเจ้าหน้าที่ในฝ่าย จะบอกเหมือนๆกัน ไม่ทราบเรื่อง เรื่องอะไร เกิดขึ้นเมื่อไหร่ ไม่เห็นมี ตนเองไม่อยู่ ไปราชการ ไม่อยากยุ่ง เป็นต้น ขณะที่หมายเลขโทรศัพท์ของ อบจ.ก็ไม่มีคนรับสาย บอกแต่เพียงว่า จะติดต่อฝ่ายไหนให้กดตามหมายเลข แต่ก็ไม่มีคนรับสายเช่นกัน



