หน้าแรก เศรษฐกิจ/ธุรกิจ หม้อสตูว์หัวม้าลาย เพื่อคู่ใจในครัวที่ทำได้มากกว่าสตูว์!

หม้อสตูว์หัวม้าลาย เพื่อคู่ใจในครัวที่ทำได้มากกว่าสตูว์!

หม้อสตูว์ หัวม้าลาย ไม่ได้เป็นแค่หม้อสำหรับทำสตูว์เท่านั้น แต่ยังเป็นอุปกรณ์ครัวอเนกประสงค์ที่แม่บ้านและพ่อบ้านยุคใหม่ควรมีติดบ้าน ด้วยวัสดุสเตนเลสสตีลคุณภาพดี ทนทาน ร้อนเร็ว และกระจายความร้อนได้สม่ำเสมอ ทำให้หม้อสตูว์หัวม้าลายเหมาะสำหรับการประกอบอาหารหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นเมนูตุ๋น ต้ม เคี่ยว อบ หรือแม้แต่การทอดและเมนูผัด อีกทั้งยังมีความจุที่หลากหลายตั้งแต่ขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ ทำให้ตอบโจทย์ได้ทั้งครอบครัวเดี่ยวและครอบครัวใหญ่ สำหรับใครที่มีหม้อสตูว์หัวม้าลาย และอยากทำเมนูอร่อยๆ รับประทาน วันนี้เรามี 2 สูตรอาหารทำง่ายมาแนะนำกันด้วย

หม้อสตูว์หัวม้าลาย ทำอะไรได้บ้าง?

ด้วยคุณสมบัติเด่นของหม้อสตูว์ที่ผลิตจากสเตนเลสสตีลคุณภาพสูง ทำให้สามารถนำไปประกอบอาหารได้หลากหลายเกินกว่าที่คุณคิด

  • เมนูต้มและตุ๋น: นี่คือหน้าที่หลักที่หม้อสตูว์ทำได้ดีเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็น แกงจืด แกงส้ม ต้มยำ ต้มแซ่บ หรือแม้แต่เมนูที่ต้องใช้เวลาเคี่ยวนานๆ อย่าง ขาหมูพะโล้ เนื้อตุ๋นยาจีน ซุปหางวัว หรือ หมูสามชั้นตุ๋นซีอิ๊ว ความสามารถในการกักเก็บความร้อนของหม้อจะช่วยให้ส่วนผสมเปื่อยนุ่มกำลังดีและรสชาติซึมซาบเข้าเนื้อ
  • เมนูสตูว์และแกงกะหรี่: แน่นอนว่าชื่อก็บอกอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น สตูว์เนื้อ สตูว์ไก่ แกงกะหรี่ญี่ปุ่น แกงกะหรี่อินเดีย หรือ แกงมัสมั่น หม้อใบนี้ช่วยให้การเคี่ยวซอสข้นๆ และส่วนผสมต่างๆ เข้ากันได้อย่างลงตัว
  • เมนูอบ: สำหรับหม้อบางรุ่นที่มีขนาดพอเหมาะและทนความร้อนได้ดี อาจนำไปใช้ในการอบอาหารบางประเภทในเตาอบได้ เช่น ไก่อบ สตูว์อบ (ที่เริ่มต้นจากการเคี่ยวบนเตา) หรือ มันฝรั่งอบ
  • การอุ่นอาหาร: ด้วยขนาดและความจุที่หลากหลาย ทำให้หม้อสตูว์เป็นภาชนะที่ดีเยี่ยมในการอุ่นอาหารจำนวนมาก หรือแม้แต่การหุงข้าวสำหรับบางครอบครัว
  • เมนูอื่นๆ: ด้วยความแข็งแรงและทนทาน ยังสามารถใช้ในการผัด ทอด หรือทำเมนูที่ต้องการพื้นที่ในการปรุงเยอะๆ ได้อีกด้วย

2 สูตรอาหารแนะนำ ที่ทำได้ง่ายด้วยหม้อสตูว์หัวม้าลาย อร่อยจนต้องขอเบิ้ล!

1. ต้มซุปเปอร์ขาไก่ (รสจัดจ้าน ซดคล่องคอ)

เมนูนี้เหมาะสำหรับคนชอบรสชาติจัดจ้าน เปรี้ยว เผ็ด เค็ม ครบรส ซดน้ำซุปคล่องคอ เนื้อขาไก่นุ่มเปื่อยกำลังดี

ส่วนประกอบ:

  • ขาไก่ (ส่วนน่องเล็ก) 500 กรัม
  • น้ำเปล่า 1.5 ลิตร
  • ตะไคร้ซอย 3 ต้น
  • ข่าหั่นแว่น 5 แว่น
  • ใบมะกรูดฉีก 5-7 ใบ
  • หอมแดงบุบ 3-4 หัว
  • พริกขี้หนูสวนบุบ (ตามชอบ)
  • น้ำปลา 3-4 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมะนาวคั้นสด 4-5 ช้อนโต๊ะ
  • ผักชีฝรั่งซอย (สำหรับโรยหน้า)
  • เห็ดฟางหรือเห็ดนางฟ้า (ถ้ามี) 100 กรัม

ขั้นตอนการทำ:

  1. ล้างขาไก่ให้สะอาด หั่นส่วนเล็บทิ้ง พักไว้
  2. นำหม้อสตูว์หัวม้าลายมาใส่น้ำเปล่าลงไป แล้วตั้งไฟรอให้น้ำเดือด ใส่ขาไก่ลงไปต้มประมาณ 5 นาทีเพื่อล้างคาว แล้วตักขาไก่ขึ้น ล้างน้ำเย็น พักไว้ (วิธีนี้จะช่วยให้ซุปใส)
  3. เทน้ำทิ้ง ล้างหม้อสตูว์ให้สะอาด จากนั้นเติมน้ำเปล่าใหม่ ตั้งไฟปานกลาง เมื่อน้ำเริ่มอุ่น ใส่ตะไคร้ ข่า ใบมะกรูด หอมแดง และขาไก่ลงไป
  4. เคี่ยวขาไก่ด้วยไฟอ่อน-ปานกลางในหม้อสตูว์หัวม้าลายประมาณ 45 นาที – 1 ชั่วโมง หรือจนกว่าขาไก่จะเปื่อยนุ่มตามต้องการ (สามารถเพิ่มเห็ดลงไปในช่วง 10-15 นาทีสุดท้าย)
  5. ปรุงรสด้วยน้ำปลาและน้ำมะนาว ชิมรสให้ถูกใจ (เปรี้ยวนำ เผ็ดตาม เค็มกลมกล่อม)
  6. ใส่พริกขี้หนูบุบ คนให้เข้ากัน ปิดไฟ
  7. ตักใส่ชาม โรยหน้าด้วยผักชีฝรั่งซอย เสิร์ฟร้อนๆ

2. หมูสามชั้นตุ๋นซีอิ๊ว (นุ่มละลายในปาก หอมหวาน)

เมนูคลาสสิกที่ทำง่ายและอร่อยมาก แถมยังได้อิ่มอร่อยกับหมูสามชั้นนุ่มๆ ราดด้วยซอสซีอิ๊วหอมหวานกลมกล่อม ทานกับข้าวสวยร้อนๆ อร่อยจนหยุดไม่ได้

ส่วนประกอบ

  • หมูสามชั้น 500 กรัม (หั่นเป็นชิ้นพอคำ)
  • กระเทียมบุบ 5-6 กลีบ
  • รากผักชีบุบ 3-4 ราก
  • พริกไทยเม็ดบุบ 1 ช้อนชา
  • น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ
  • ซีอิ๊วดำหวาน 1-2 ช้อนโต๊ะ (เพิ่มสีสัน)
  • ซีอิ๊วขาว 3-4 ช้อนโต๊ะ
  • ซอสหอยนางรม 2 ช้อนโต๊ะ
  • ผงพะโล้ 1 ช้อนโต๊ะ (หรือไม่ใส่ก็ได้)
  • น้ำเปล่า 800 ml – 1 ลิตร (หรือท่วมหมู)
  • ไข่ต้ม (สำหรับตกแต่ง)

ขั้นตอนการทำ

  1. ล้างหมูสามชั้นให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นพอคำ พักไว้
  2. ตั้งหม้อสตูว์หัวม้าลาย ใส่น้ำมันเล็กน้อย พอร้อนใส่กระเทียม รากผักชี และพริกไทยเม็ดลงไปผัดจนหอม (สามเกลอ)
  3. ใส่หมูสามชั้นลงไป ผัดให้หมูพอสุกและเริ่มมีน้ำมันออกมา
  4. เติมน้ำตาลปี๊บ ซีอิ๊วดำหวาน ซีอิ๊วขาว และซอสหอยนางรมลงไป ผัดคลุกเคล้าให้เข้ากันจนน้ำตาลละลายและซอสเคลือบหมู
  5. เติมน้ำเปล่า (และผงพะโล้ถ้าใช้) ลงไป คนให้เข้ากัน ให้น้ำท่วมหมู
  6. ลดไฟลงเป็นไฟอ่อน ปิดฝาหม้อสตูว์หัวม้าลาย ตุ๋นประมาณ 1.5 – 2 ชั่วโมง หรือจนกว่าหมูสามชั้นจะเปื่อยนุ่มตามต้องการ ระหว่างตุ๋นสามารถคนบ้างเป็นครั้งคราว
  7. เมื่อหมูเปื่อยนุ่มแล้ว ชิมรสชาติ ปรุงเพิ่มได้ตามชอบ
  8. ตักใส่ชาม เสิร์ฟพร้อมไข่ต้มและข้าวสวยร้อนๆ