อย่างโหด!ฝ่ายกิจการฮาลาล คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย เก็บค่าขอฮาลาลกว่า 60,000 บาท ระบุแพงกว่า ISO

อย่างโหด!ฝ่ายกิจการฮาลาล คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย เก็บค่าขอฮาลาลกว่า 60,000 บาท ระบุแพงกว่า ISO

กำลังเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียล หลังพบตัวเลขค่าธรรมเนียมรวมพุ่งสูงกว่า 65,000 บาท ทำเอาผู้ประกอบการถึงกับสะดุ้ง พร้อมตั้งคำถามถึงความโปร่งใสและมาตรฐานราคาในการขอรับรองเครื่องหมายฮาลาล โดยนายอัศวิน วัฒนปราโมทย์ ผู้ผลิตสมุนไพรแบรนด์ ดูกุดามิ ได้เปิดเปิดว่า ตนมีโรงงานผลิตอาหารเสริมสมุนไพร จากพลูคาว แบรนด์โดกุนามิ ที่ยังหวัดลำพูน เคยขอการรับรองฮาลาล จากฝ่ายกิจการฮาลาล คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย เนื่องจากไม่มีคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด แต่ตอนหลังได้ยกเลิกเพราะเห็นว่าแพงเกินไป


.
‘ ผมเป็นมุสลิมดูแลการผลิตทุกขั้น แต่เมื่อขอฮาลาบก็มีปัญหา จึงยกเลิก แต่แบรนดฺ์โดกุนามิ ขายไปทั่วโลก โดยเฉพาะในแอฟริกาและอาเซียน เพราะมีคุณสมบัติกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ช่วยให้ร่างกายแข็ง ในประเทศมุสลิม จึงต้องการฮาลาล ล่าสุดตัวแทนจากฟิลิปปินส์ ต้องการฮาลาล บอกว่า จะจ่ายเงินเอง ตัวเองสามารถจ่ายได้ แต่ที่ไม่ขอเพราะเห็นว่า ราคาไม่เป็นธรรม เมื่อยื่นขอไป ก็ถูกเรียกเก็บตามรายละเอียดในใบแจ้งหนี้ 60,000 กว่าบาท ซึ่งแพงกว่า ISO เสียอีก
.
สำหรับรายละเอียดค่าใช้ขอการรับรองฮาลาล ประกอบด้วย

​ค่าธรรมเนียมการอบรม (ขอใหม่): 20,000 บาท
​ค่าธรรมเนียมตรวจโรงงาน: 10,000 บาท
​ค่าพาหนะตรวจโรงงาน: 9,100 บาท
​ค่าควบคุมมาตรฐานฮาลาล (12 เดือน): 24,000 บาท (ตกเดือนละ 2,000 บาท)
​ค่าธรรมเนียมหนังสือสำคัญ (ไทย/อังกฤษ): รายการละ 500 บาท
​ยอดรวมสุทธิ: 65,150 บาท


​.
นายอัศวิน กล่าวว่า ตนได้ตั้งบริษัทเพื่อจัดจำหน่ายในประเทศ 1 บริษัท และจำหน่ายในต่างประเทศ 1 บริษัท ก็ได้เรียกเก็บค่าตรวจโรงงานด้วย ซึ่งก็ได้บอกว่า เป็นบริษัทของตัวเองนำผลิตภัณฑ์ไปจำหน่าย เขาก็ไม่ยอมบอกว่า เป็นOEM รับจ้างผลิต ทั้งที่ใช้แบรนด์เดียวในการผลิตและจำหน่าย ทำให้เห็นว่า ฮาลาลของคณะกรรมการกลางฯมีปัญหามาก เจ้าหน้าที่ขาดความเข้าใจ
.
สำหรับระเบียบการขอฮาลาล จังหวัดที่มีคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด 40 จังหวัด กำหนดให้ขอจากฝ่ายกิจการฮาลาล คณะกรรมการอิสลามแต่ละจังหวัด ส่วนจังหวัดที่ไม่มีคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด ให้ขอจากฝ่ายกิจการฮาลาล คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ที่มีดร.อิสมาแอล อาลี เป็นประธาน
.
อย่างไรก็ตาม ​ประเด็นที่ถูกจับตามากที่สุดคือ “ค่าควบคุมมาตรฐานฮาลาล” ที่ต้องจ่ายรายเดือน รวมปีละ 24,000 บาท และ “ค่าพาหนะ” ที่สูงเฉียดหมื่นบาท ทำให้เกิดการเปรียบเทียบว่า สำหรับผู้ประกอบการรายย่อย (SME) ที่ต้องการยกระดับสินค้าเพื่อขยายตลาดมุสลิม ต้นทุนส่วนนี้อาจกลายเป็นอุปสรรคสำคัญในการเข้าถึงการรับรอง
.
เสียงสะท้อนถึงหน่วยงานรัฐ ​แม้การได้เครื่องหมายฮาลาลจะเป็นการ “เปิดประตู” สู่ตลาดโลกมุสลิมที่มีมูลค่ามหาศาล แต่ราคาที่ต้องจ่ายก็แลกมาด้วยต้นทุนที่สูงลิ่ว หากภาครัฐไม่เข้ามากำหนดมาตรฐาน หรือช่วยอุดหนุนหรือควบคุมมาตรฐานราคาให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ อาจทำให้แบรนด์ไทยสูญเสียโอกาสในการแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียหรืออินโดนีเซีย ที่มีระบบการจัดการที่คล่องตัวกว่า