ระบบการตรวจรับรองฮาลาล ของคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย(กอท.) ที่มีหัวเรือใหญ่ที่ชื่อ พล.ต.ต.สุรินทร์ ปาลาเร่ เลขาธิการคณะกรรมการกลางฯ ดูแล ถูกตั้งคำถามมาตลอดในหลายประเด็นโดยเฉพาะ ความโปร่งใส เกี่ยวกับเงินๆทองๆ
.
ต้องยอมรับว่า คณะกรรมการกลางฯ 53 คน และคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด (กอจ.)40 จังหวัด กว่า 700 คน ไม่มีเงินเดือน มีแต่เบี้ยประชุมจากกรมการปกครอง กอจ.ได้เบี้ยเลี้ยงเดือนละ 1,000 บาท แค่ค่าน้ำมันก็หมดแล้ว เงินจากฮาลาล จึงเป็นแหล่งที่มาของเงินอย่างเดียว ที่ถูกนำมาใช้บริหารองค์กร จึงมีความสำคัญมาก กอจ. หรืกอท.ล้วนจ้อฝที่จะเป็นกรรมการฝ่ายกิจการฮาลาล
.
พ.ร.บ.บริหารองค์กรศาสนาอิสลามปี 2540 (ไม่ใช้กฎหมายอิสลาม แต่เป็นกฎหมายใช้บริหารองค์กรศาสนา อาทิ มัสยิด เป็นต้น) ที่ขับเคลื่อนโดยกลุ่มวาดะห์ในความหวังใหม่ นำโดยเด่น โต๊ะมีนา รมช.มหาดไทยในขณะนั้น กำหนดให้มีคณะกรรมการกลางฯ จำนวนหนึ่ง มาจากตัวแทนจังหวัดและโควต้า จุฬาราชมนตรี 13 คน และคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด ในจังหวัดที่มีมัสยิด เกินกว่า 3 แห่ง และในกอท. กับกอจ.จะมีคณะทำงานฝ่ายต่างๆ รวมทั้งฝ่ายกิจการฮาลาล ในจังหวัดที่มีกอจ. ทางกอ.จะดูเรื่องฮาลาลในจังหวัด มีจำนวน 40 จังหวัด ส่วนจังหวัดที่ไม่มีกอจ. คณะกรรมการของกอท.จะเป็นผู้ดูแล ซึ่งมีจำนวน 36 จังหวัดซึ่งถือว่า เยอะมาก
.
ตามระเบียบของกอท.กำหนดค่าธรรมเนียมการตรวจรับรองไว้ 3 ขนาดโรงงาน โรงงานขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ จำนวน 15,000 บาท 25,000 บาท และ 35,000 บาท โรงงานที่ผ่านการรับรอง หากจะติดแบรนด์ ต้องจ่ายให้ กอท. แบรนด์ละ 500 บาท ความหมายคือ โรงงานผลิตไส้กรอก ผ่านการรับรองฮาลาลแล้ว จะติดแบรนด์บนแพคเกจ จะต้องจ่าย 500 บาท/แบรนด์
.
มีร้านค้าจำนวนมากไม่เข้าใจ ยกตัวอย่าง ร้านไก่ย่างจีรพันธ์ ขอการรับรองฮาลาลผ่านแล้ว ติดป้ายฮาลาลหน้าร้าน ถูกฝ่ายตรวจการณ์ของกอท.เรียกไปปรับ 200,000 บาท ความผิดคือ ละเมิดลิขสิทธิ์เครื่องหมายฮาลาล ติดได้แค่หนังสือรับรองขนาดเอ 4 เท่านั้น
.
อย่างไรก็ตาม ไม่แน่ใจว่า มีการปรับระเบียบหรือไม่ ตอนหลัง การขอแบรนด์ ที่ 2 ที่ 3 จากระเบียบจ่าย 500 มาเป็นจะต้องจ่ายเป็นค่าตรวจโรงงานใหม่ โรงงานหนึ่งผ่านฮาลาลแล้ว จะต้องจ่ายให้ค่าตรวจรับรองใหม่ หากจะขายอีกแบรนด์
.
นอกจากนี้ ยังมีค่าอบรม ซึ่งไม่เข้าใจว่า ทำไมไม่รวมในค่าตรวจรับรองโรงงาน มาเก็บเพิ่มเติมทำไม และยีงมีค่าที่ปรึกษารายเดือนๆละ 1,000 บาท สำหรับกรรมการฯเดินทางไปตรวจประจำเดือน ในกรณีที่มีมุาลิมทำงานในโรงงาน มีตำแหน่งซูเปอร์ไวเซอร์ขึ้น ไม่ต้องจ่าย 1,000 บาท เพราะถือว่า มีมุสลิมกำกับดูแลอยู่แล้ว แต่ส่วนใหญ่จะถูกเรียกเก็บไม่ว่า จะมีมุสลิมทำงานอยู่หรือไม่
.
กรณีของ ฝ่ายกิจการฮาลาล กอท. ต้องดูแลฝ่ายฮาลาล 36 จังหวัด ก็จะบวกค่าเดินทางด้วย อย่างจ.ลำพูน แม้จะติดกับเชียงใหม่ ที่มีกอจ. แต่ต้องเดินทางไปจากกรุงเทพฯ กอท.ไม่ยอมออกระเบียบให้กอน.จังหวัดใกล้เคียงรับผิดชอบไม่รู้ว่า หวงอะไร
.
รายได้จากฮาลาลมีจำนวนเท่าไหร่ ไม่มีการรวบรวมไว้ชัดเจน แต่ข้อมูลจากนายณรงค์เดช สุขจันทร์ รองเลขาธิการกอท. ให้สัมภาษณ์กรุงเทพธุรกิจไว้ว่า มีจำนวน 10,000 โรงงาน ซึ่งไม่มีรายละเอียดว่า เป็นโรงงานขนาดเล็ก กลาง หรือใหญ่ แต่ถ้าคิดค่าเฉลี่ย ขนาดกลาง โรงละ 25,000 บาท เท่ากับจำนวน 250 ล้าน จำนวนนี้กระจายไปยัง กอจ.40 จังหวัด ซึ่งแต่ละจังหวัดไม่ได้แจ้งรายละเอียด แต่เท่าทีาทราบ กอจ.สมุทรปราการ มีรายได้ประมาณ 50 ล้านบาท แต่ไม่ได้มาจากการตรวจรับรองฮาลาลอย่างเดียว มีกิจกรรมอย่างอื่นด้วย
.
กอท.จะมีรายได้หลักจากการขอแบรนด์ผลิตภัณฑ์ แบรนด์ละ 500 บาท ตามข้อมูลของดร.วินัย ดะห์ลัน รองประธานกอท. มีประมาณ 200,000 แบรนด์ เท่ากับ 100 ล้านบาท เงินจำนวนนี้อยู่ในการบริหาของกอท.แน่นอน
.
ในจำนวนนี้ เป็นเงินเจ้าที่สำนักงาน ซึ่งไม่แน่ว่ามีจำนวนกี่คน และค่าเบี้ยประชุมกรรมการกลางฯ นอกจากนั้นก็นำไปช่วยเหลือสังคมบ้าง กรณีน้ำท่วม ไฟไหม้ ช่วยเด็กกำพร้ายากจน
.
ปัญหาก็คือ กอท.แม้เป็นองค์กรศาสนา ที่ควรจะแสดงความโปร่งใส แต่ไม่ได้เปิดเผยข้อมูลอะไรให้สาธารณะได้รับรู้ ประเมินตามข้อมูลที่มี
.
.



