​เราะมะฎอน เดือนแห่งการขัดเกลาและการให้อภัย

143

เมื่อเราขี่หรือซ้อนท้ายมอเตอร์ไซด์ออกจากบ้านไปไหนสักแห่ง ต่อให้เราอาบน้ำแต่งตัวสะอาดเพียงใด ไม่นานนัก เสื้อผ้าและผมเผ้าของเราก็จะมีทั้งฝุ่นและกลิ่นควันน้ำมันติดเต็มไปหมด 
ชีวิตก็เช่นกัน เมื่อออกจากท้องแม่มาโลดแล่นอยู่บนโลกนี้นานเท่าใด ชีวิตก็ดูจะยิ่งเปื้อนเปรอะเลอะเทอะไปด้วยมลทินสารพัดมากมายเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นมลทินแห่งความอิจฉาริษยา ความอาฆาตเคียดแค้น และความตระหนี่ถี่เหนียว เป็นต้น 
ถ้าเสื้อผ้าและร่างกายสกปรกมอมแมม แค่อาบน้ำสระผมโดยใช้สบู่หรือน้ำยาอาบน้ำ ร่างกายก็จะสะอาดหมดจดและมีกลิ่นหอมสดชื่นอีกครั้งหนึ่ง แต่ชีวิตมนุษย์มิได้มีแค่เพียงร่างกายอย่างเดียว มนุษย์ยังมีวิญญาณที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของชีวิตอีกด้วย ถ้าร่างกายต้องการการชำระล้างเพื่อความสะอาดสดชื่น วิญญาณก็ต้องการเช่นกัน แต่ปัญหาอยู่ที่ว่ามนุษย์จะชำระล้างมลทินหรือสิ่งสกปรกที่เกาะกินจิตวิญญาณอยู่ได้อย่างไร

 

แน่นอน น้ำยาอาบน้ำและสบู่คงไม่อาจทำหน้าที่ชำระจิตวิญญาณให้สะอาดหมดจดได้ เพราะเรื่องของจิตวิญญาณเป็นเรื่องที่วิทยาศาสตร์ไม่สามารถอาจเอื้อมไปถึง

 

นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมมนุษย์จึงต้องอาศัยวิธีการทางศาสนาในการชำระจิตวิญญาณของตนให้สะอาด
ศาสนาสอนให้มนุษย์บริจาคทานเพื่อเป็นการชำระจิตใจให้สะอาดหมดจดจากมลทินแห่งความโลภและความตระหนี่ถี่เหนียว และการบริจาคก็ไม่ได้เป็นผลดีแก่ใครนอกจากตัวมนุษย์เอง ศาสนาสอนมนุษย์ให้รู้จักการให้อภัยก็เพื่อชำระมลทินแห่งความเคียดแค้นชิงชัง เพราะหากว่ามนุษย์สะสมความเคียดแค้นไว้ในจิตใจ ไม่นานนัก มนุษย์ก็จะแสดงพฤติกรรมเยี่ยงสัตว์ออกมา
สำหรับมุสลิมแล้ว เดือนเราะมะฎอนถือเป็นเดือนแห่งการทำความสะอาดร่างกายและจิตใจ ในทางร่างกาย การถือศีลอดด้วยการงดเว้นจากการกินการดื่มตั้งแต่ดวงอาทิตย์ขึ้นจนถึงดวงอาทิตย์ไม่เพียงแต่จะทำให้ระบบย่อยอาหารได้รับการพักผ่อนเท่านั้น แต่กระบวนการอดอาหารยังมีส่วนช่วยขับสารพิษและส่วนเกินที่ไม่เป็นประโยชน์ออกจากร่างกายด้วย
การถือศีลอดให้บทเรียนแก่ผู้ถือศีลอดว่าเมื่อสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวันเช่นข้าวและน้ำ เรายังสามารถงดเว้นได้ ทำไมสิ่งที่ไม่จำเป็นเช่นอบายมุขทั้งหลาย เราจะงดเว้นไม่ได้ ? นี่คือรากฐานที่มาของคุณธรรมและจริยธรรม
เดือนเราะมะฎอนเป็นเดือนแห่งการรณรงค์ส่งเสริมให้คนทำดีและละเว้นความชั่ว ในเดือนนี้ การทำชั่วจะมีโทษเป็นสองเท่า แต่การทำความดีมีผลตอบแทนเป็นสิบเท่าทั้งนี้เพื่อบอกให้รู้ว่าคุณสมบัติแห่งความเมตตาของพระองค์นั้นเหนือกว่าคุณสมบัติอื่นๆ ในเดือนนี้ การเลี้ยงอาหารคนละศีลอดจะได้รับผลบุญตอบแทนเท่ากับผลบุญของการถือศีลอด ด้วยเหตุนี้ มุสลิมจึงพยายามที่จะเป็นเจ้าภาพหรือหาทางมีส่วนร่วมในการจัดเลี้ยงอาหารละศีลอดตามมัสญิดต่างๆ
ก่อนที่เดือนเราะมะฎอนจะสิ้นสุดลง ศาสนบัญญัติอิสลามกำหนดว่าหากใครมีอาหารพอที่จะกินได้เกินหนึ่งวัน คนผู้นั้นมีหน้าที่จะต้องนำอาหารประจำท้องถิ่น เช่น ข้าวสารหรือข้าวเหนียวคุณภาพที่ตัวเองกินจำนวน 2.5 กิโลกรัมไปให้คนยากจนและคนขัดสนเพื่อที่คนยากจนจะได้นำไปใช้ในการเฉลิมฉลองวันเทศกาลอีดุลฟิฏร์อย่างมีศักดิ์ศรี ข้าวสารที่นำไปให้คนยากจนก่อนสิ้นสุดเดือนเราะมะฎอนนี้เรียกว่า “ซะกาตฟิฏร์” และคนที่เป็นหัวหน้าครอบครัวจะต้องให้ซะกาตฟิฏร์แทนลูกเมียและบริวารที่อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของตนด้วย
การให้ซะกาตฟิฏร์แก่คนยากจนไม่เพียงแต่เป็นการช่วยเหลือคนยากจนเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่เป็นตัวซ่อมแซมข้อบกพร่องหรือความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างการถือศีลอดด้วย เช่น การพูดซุบซิบนินทาคนอื่น เป็นต้น 
แต่เหตุผลสำคัญเบื้องหลังการกำหนดให้ทุกคนต้องให้ซะกาตฟิฏร์แก่คนยากจนก็คือพระผู้เป็นเจ้าต้องการแสดงให้ทุกคนเห็นถึงพลานุภาพของการให้ว่าไม่ว่าจะอยู่ในฐานะอะไร การให้ย่อมได้รับการให้ตอบ เพราะซะกาตฟิฏร์จะต้องถูกนำไปให้แก่คนที่มีฐานะยากจนที่สุดหรืออย่างน้อยก็ยากจนกว่าตน
การเฉลิมฉลองวันอีดุลฟิฏร์หรือวันสิ้นสุดเดือนเราะมะฎอนจะผิดแผกแตกต่างไปจากวันเทศกาลของวัฒนธรรมอื่นๆ ในวันนี้จะไม่มีเสียงไชโยโห่ร้อง ไม่มีเสียงดนตรีหรือการเต้นรำสนุกสนาน แต่มุสลิมจะร่วมกันประกาศความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าก้องกระหึ่มไปทั่วบริเวณมัสญิด บ้านของพระผู้เป็นเจ้าที่เป็นจุดศูนย์รวมทางด้านจิตวิญญาณของมุสลิม เพราะไม่มีใครที่สามารถบัญชาให้ผู้ศรัทธานับพันล้านคนบนโลกใบนี้ยอมอดอาหารและน้ำเพื่อเป็นการแสดงถึงความจงรักภักดีได้นอกไปจากพระผู้เป็นเจ้าเท่านั้น
หลังจากการปฏิบัติศาสนกิจที่มัสญิดแล้ว กระบวนการขัดเกลาจิตใจให้สะอาดหมดจดจากมลทินแห่งความโกรธแค้นและความขุ่นข้องหมองใจซึ่งศาสนาจัดเตรียมไว้ก็เริ่มขึ้นด้วยการที่ทุกคนต่างจับมือและสวมกอดกันเพื่อขออภัยและให้อภัยซึ่งกันและกัน การให้อภัยเป็นคุณสมบัติของพระเจ้าที่พระองค์มอบให้แก่มนุษย์โดยที่มนุษย์ไม่ต้องจ่ายเงินเพื่อได้มา ยิ่งให้มากก็ยิ่งมีมากและมีความสุขมาก วันนั้นทุกคนจึงพร้อมที่จะให้อภัยเมื่อมีใครมาขอ เพื่อนขออภัยเพื่อนและเพื่อนก็ให้อภัยเพื่อน ลูกขออภัยพ่อแม่และพ่อแม่ก็ให้อภัยลูก พี่น้องขออภัยและให้อภัยกันและกัน ภรรยาขออภัยสามีและสามีก็ให้อภัย
ทานและการให้อภัยจึงเป็นของขวัญที่ยิ่งใหญ่ในเดือนเราะมะฎอน
อ.บรรจง บินกาซัน