​แฉ’พระเด่น-เมีย’รวยกว่า30ล. คาดสูบจนวัดไม่เหลือซักบาท

240

จากกรณีการขุดพบศพ “สามเณรปลื้ม” อายุ 17 ปี ถูกฆ่าโบกปูนฝังใต้ฐานพระพุทธรูปภายในวัดท่าวังตะวันตก ต.ท่าวัง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช หลังถูกทาง “พระเด่น” ซึ่งเป็นพระลูกวัดวัดเดียวกัน กับพวกร่วมกันลงมือฆ่า โดยอ้างว่าแค้นที่ถูกสามเณรผู้ตายเข้ามาขโมยทรัพย์สินของภรรยาพระเด่นสมัยที่ยังเป็นฆราวาส กระทั่งต่อมา ตำรวจได้จับกุมผู้ต้องหาที่ร่วมกันก่อเหตุฆ่า “สามเณรปลื้ม” จำนวน 3 คน ประกอบด้วย นายเด่นชัย ภูมินิยม หรือพระเด่น อายุ 36 ปี นายสุริยา (ขอสงวนนามสกุล) หรือสามเณรสุริยา อายุ 18 ปี และ น.ส.ปิยฉัตร อรุณสกุล หรือบิว อายุ 40 ปี ภรรยาของ นายเด่นชัย ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 4 มิ.ย.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่ได้มีการแต่งตั้ง ดร.พระครูพรหมเขตคณารักษ์ เจ้าคณะอำเภอพระพรหม และเจ้าอาวาสวัดสระเรียง ต.ในเมือง อ.เมืองนครศรีธรรมราช เป็นรักษาการเจ้าอาวาสวัดท่าวังตะวันตก และได้มีการนำคณะพระภิกษุ สามเณรและฆราวาสเกือบ 30 คนเข้าไปพัฒนาวัด ทำความสะอาดภายในกุฏิเจ้าอาวาสรวมทั้งสวนหย่อมจุดที่เป็นหลุมฝังศพสามเณรปลื้ม โดยนำปูนขาวมาโปรยทับเพื่อดับกลิ่นท่ามกลางความสนใจของชาวบ้าน และทำให้บรรยากาศของวัดที่เคยเงียบเหงากลับคึกคักกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว

ด้าน ดร.พระครูพรหมเขตคณารักษ์ เปิดเผยว่า เป็นเรื่องที่น่าตกใจ เพราะจากการตรวจสอบในเบื้องต้นไม่พบบัญชีของวัดไม่พบเงินของวัดเหลืออยู่แม้แต่บาทเดียว ซึ่งจะตรวจสอบอีกครั้งว่ามีการนำไปไว้บัญชีของวัดในธนาคารใดบ้าง รวมทั้งทรัพย์สินอื่นๆของวัด ทางอาตมาจะรวบรวมทำบัญชีขึ้นมาใหม่ให้เป็นปัจจุบัน และจะเร่งพัฒนาฟื้นฟูวัดท่าวังตะวันตกให้กลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง โดยเฉพาะก่อนหน้านี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญทางศาสนา และวัฒนธรรม ภายในวัดมีกุฏิที่ก่อสร้างด้วยสถาปัตยกรรมโบราณที่เรียกว่า “กุฏิกลิ่นสะตอ”และมีพระอุโบสถที่งดงามซึ่งในหลวง รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถทรงเสร็จประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ก่อสร้างเมื่อปี 2517 ส่วนการตรวจสอบบัญชีและเส้นทางการเงินรวมทั้งทรัพย์สินของ นางปิยฉัตร หรือ บิว และนายเด่นชัย หรือ อดีตพระเด่นชัย ในเบื้องต้นพบเงินสดในบัญชีกว่า 2 ล้านบาท และทรัพย์สินอื่น ๆ เช่น ทองคำรูปพรรณหลายสิบบาท รถยนต์ 3-4 คันบ้าน 2-3 หลัง ทั้งในตัวเมืองนครศรีธรรมราชและกรุงเทพมหานคร รวมมูลค่าเกือบ 30 ล้านบาท ซึ่งเชื่อว่าเป็นเงินและทรัพย์สินที่กอบโกยยักย้ายถ่ายเทไปจากวัดท่าวังตะวันตกแทบทั้งสิ้น เพราะไม่มีทางที่ในระยะ 6-7 ปี นางปิยฉัตร และนายเด่นชัย จะมีทรัพย์สินมากมายขนาดนั้น เพราะไม่ได้ประกอบอาชีพใดๆเลย ซึ่งทางตำรวจจะหาช่องทางทางกฎหมาย โดยใช้ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินเข้ามาตรวจสอบ เพื่อดำเนินการยึดทรัพย์ให้กลับคืนสู่วัดต่อไป.

cr:เดลินิวส์