ฟังตำรวจแจง ถ่ายรูปยิ้มร่าฆาตรกร ฟังขึ้นหรือไม่

378

มุมของตำรวจขอชี้แจง ภาพผู้ต้องหาฆ่าหั่นศพยิ้มร่า ไม่ใส่กุญแจมือ

วันนี้ (11:03 น.) 5 มิ ย 2560
จากกรณีโลกออนไลน์ได้แชร์ภาพของ 3 ผู้ต้องหาหญิงคดีฆ่าหั่นศพ เป็นภาพลักษณะยิ้มแย้มแจ่มใส มีการนั่งแต่งหน้า กินขนม ขณะถูกคุมตัวที่ จ.เชียงราย ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมาก พร้อมกับตั้งคำถามสงสัยว่า เหตุใดผู้ต้องคดีอุจฉกรรจ์ฆ่าหั่นศพ  ทำไมถึงไม่ใส่กุญแจมือ และเหตุใดถึงให้มีอิริยาบถที่ดูสบายกว่าผู้ต้องหาทั่วไป

ล่าสุดใน เพจแหม่มโพธิ์ดำ ได้โพสต์ข้อความที่ถูกระบุว่าเป็นการชี้แจงจาก #ตำรวจคนนึงที่รักและหวงแหนในศักดิ์ศรีขององค์กรตนเอง โดยในข้อความระบุว่า

ถึง ควีน เพจแหม่มโพธิ์ดำ

ว่าด้วยเรื่องการจับกุมผู้ต้องหาคดีฆ่าหั่นศพ (แก้งค์ นส.เปรี้ยว) ผมเห็นว่ามีประชาชนมากมายที่ยังไม่มีความรู้พอในเรื่องของกฏหมายและสิทธิต่างๆ จึงส่งผลให้พวกเขาโกรธแค้นและไม่พอใจ ด่าทอการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ วิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆนานา ทำให้เกิดการเสื่อมเสียและเข้าใจผิดแก่องค์กรเป็นอย่างมาก

ดังนั้น ผมจึงขออนุญาต ขอร้องควีน ช่วยทำความเข้าใจกับลูกเพจด้วยครับว่า

1.การใช้กุญแจมือหรือเครื่องพันธนาการ

พันธนาการผู้ต้องหา ตามสมควรแก่เหตุ ตามกฎหมาย ป.วิ อาญา ระบุไว้ว่า เจ้าหน้าที่สามารถพันธนาการคนร้ายได้ตามสมควรแก่เหตุ ไม่มาเกินไปหรือไม่น้อยเกินไป เช่น มีตำรวจ 5 นาย ผู้ต้องหา 1 คน จะใส่จะใส่กุญแจมือด้านหลังก็เพียงพอ หรือหากผู้ต้องหาเป็นผู้หญิงและมีตำรวจตั้ง 5 นาย จะไม่ใส่กุญแจมือก็ได้ การพันธนาการผู้ต้องหาจะต้องสมควรแก่เหตุ หรือหากผู้ต้องหามีจำนวนมากก็เป็นตัวแปรสำคัญที่อาจมีโอกาสเกิดภัยคุกคามได้ “ไม่จำเป็นว่าผู้ต้องหา 1 คน จะต้องมีเจ้าหน้าที่ควบคุม 1 คน ไม่ได้มีกฎหมายระเบียบอะไรกำหนดไว้ แต่โดยหลักควรจะมีตำรวจจำนวนมากกว่าผู้ต้องหา เพราะว่าหากมีอะไรเกิดขึ้นจะสามารถใช้กำลังควบคุมสถานการณ์ได้ แต่ถ้าตำรวจน้อยกว่าโอกาสในการเพลี้ยงพล้ำจะสูง มันเป็นหลักปฏิบัตินิยม โดยหลักแล้วควรจะต้องมีจำนวนเจ้าหน้าที่มากกว่าผู้ต้องหา แต่ถ้าจำเป็นและมีจำนวนเจ้าหน้าที่ไม่พอจริงๆ ก็ต้องพันธนาการให้แน่นหนา ผู้ต้องหา 10 คน ตำรวจ 5 คนจะคุมกันได้อย่างไร”
2.ทำไมผู้ต้องหาถึงอยู่ดี กินดี แต่งหน้าสวยได้

จริงๆตอนนั้น เป็นแค่การจับกุมได้ ยังไม่มีการสืบสวนและแจ้งข้อกล่าวหาจากพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ซึ่งต้องทำในพื้นที่ คือ จ.ขอนแก่น ดังนั้น สิทธิพวกนี้ยังคงได้รับตามแก่สมควร ซึ่งใครก็มีสิทธิ์ที่จะขอได้

3.ทำไมร่าเริงจัง ไม่สลดกับความผิด เจ้าหน้าที่ก็หัวเราะสนุกด้วย

คือจริงๆ มองอีกด้านคือการใช้จิตวิทยากับผู้ต้องหา ให้ความสนิทด้วย มีอารมณ์ร่วมด้วย เพื่อจะได้ไม่ให้เขาเครียดเกินไปและง่ายต่อการให้ปากคำในขั้นตอนต่อไป

อีกมุม อาจจะหัวเราะเล่นกันตามประสา ซึ่งถามว่าผิดวินัยไหม ก็ไม่ผิด แต่อาจจะไม่ควรเท่าไหร่ในสายตาประชาชน อันนี้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของแต่ละคน

#ตำรวจคนนึงที่รักและหวงแหนในศักดิ์ศรีขององค์กรตนเอง