แม่ทัพภาค 4 ไม่หวั่นถูกตั้งค่าหัว 1 ล้าน ถามจะไปรับที่ใคร-เฟสปิดหนีแล้ว

221

แม่ทัพภาคที่ 4 ชี้แจงกรณีการโพสต์เฟซบุ๊ก ตั้งค่าหัว 1 ล้าน ชี้การกระทำดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความพ่ายแพ้ของกลุ่มขบวนการที่มีต่ออำนาจรัฐ ระบุพร้อมเดินหน้าแก้ปัญหาในทุกด้านเพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน

วันนี้ (6 ก.ค.) ที่ห้องรับรอง มณฑลทหารบกที่ 42 พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 ได้ชี้แจงสื่อมวลชนต่อกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊ก ชื่อว่า Suding Su Patani ทำการโพสต์ภาพของตนเองลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวดังกล่าว โดยภายในภาพที่โพสต์นั้นมีการเขียนข้อความ ซึ่งมีใจความว่า “ประกาศตัดหัวให้ 1,000,000” ซึ่งเชื่อว่าได้ถูกโพสต์ไว้เมื่อกลางดึกของวันที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมา ตามที่เป็นข่าวนั้น

แม่ทัพภาคที่ 4 ชี้แจงว่า สำหรับเรื่องที่มีการตั้งค่าหัวของตนเองนั้น ซึ่งจะมีการเขียนเล่นหรือจริงก็ไม่ทราบ ที่เขียนมาอย่างนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา ถ้าคิดอีกมุมหนึ่งก็คือคนโง่อยู่ที่ปาก คนฉลาดอยู่ที่ใจ เขียนมาหนึ่งล้านบาท แสดงว่ามีค่ามากสำหรับเขาก็แสดงให้เห็นว่าพวกขบวนการนี้ขาดการสนับสนุนแล้วทั้งในประเทศและต่างประเทศ ถือว่าแนวทางที่ตนเองได้ดำเนินการ มาถูกทาง ทั้งด้านยุทธศาสตร์ ยุทธการ และทางยุทธวิธี รวมถึงนโยบายด้านเศรษฐกิจ กลุ่มขบวนการถึงได้ออกมาว่าให้ค่าหัวหนึ่งล้านบาท

สำหรับการดำเนินนโยบายการแก้ปัญหานั้น ได้ใช้ยุทธศาสตร์พระราชทาน เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ซึ่งปัจจุบันนี้อยู่ในขั้นพัฒนา โดยนำไปสู่ความมั่นคงมั่งคั่งและยังยืน ตามนโยบายรัฐบาล จะเห็นได้ว่าขณะนี้ประชาชนส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือกับภาครัฐในการแก่ปัญหา อีกทั้งมวลชนผู้เห็นต่างก็กลับมาร่วมโครงการพาคนกลับบ้านเพื่อเข้าร่วมพัฒนาพื้นที่

ส่วนผู้ที่ยังคงสร้างสถานการณ์และความรุนแรงอยู่ เขายังคงต้องอยู่แบบหลบๆ ซ่อนๆ มีปมด้อยแอบอยู่บนเขา แอบอยู่ตามที่ต่างๆ ไม่มีงานทำ ไม่รู้เรื่องการศึกษา ไม่มีอาชีพก็เลยไม่รู้จะทำอะไร เลยใช้ความรุนแรงและเห็นว่าเงินหนึ่งล้านบาทมีค่ามาก และนั่นก็เป็นสิ่งที่ทำให้เราได้รู้ว่าขบวนการของเขานั้นขาดการสนับสนุน ขาดงบประมาณ แม้กระทั่งการสนับสนุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ ก็ไม่มีใครสนับสนุนแล้ว ภัยแทรกซ้อนก็หมด

อันนี้ค่าตัว 1 ล้านบาทมันน้อยไปนะ แค่ค่านกกรงหัวจุกหรือค่านกกระเขาก็สูงถึง 2 ล้านบาทหรือมากกว่าค่าตัวผมอีก เพราะฉะนั้นอย่ามาทำอะไรผมเลย ไปขโมยนกกรงหัวจุกยังดีกว่า ง่ายกว่า ตนเองไม่ได้ใส่ใจเรื่องดังกล่าว เขาหมดหนทางสู้แล้ว ทั้งด้านมวลชน ทางเลือกต่างๆ แนวร่วมได้ในการลงมาช่วย ทำให้เกิดความมั่นคงมั่งคั่งและยังยืนเขาเห็นแล้วว่าเขาสามารถหาเงิน 1,000,000 ให้ตัวเองมีกินมีใช้ได้

ส่วนเรื่องการแบ่งแยกดินแดน ผมพูดได้เลยว่ามันเป็นไปไม่ได้คุณจะมาแบ่งแยกดินแดนซักตารางเมตรเดียวหรือตารางนิ้วเดียวก็ไม่ได้ แผ่นดินไทยไม่ได้เป็นของคุณเพียงคนเดียวแต่เป็นของคนไทยทุกคน แต่ถ้าหากคุณมาทำมาหากินตามที่ให้มาก็สามารถทำได้เลย

ที่ผ่านมารัฐบาลและหน่วยงานด้านความมั่นคง ได้ดำเนินงานแก้ไขปัญหาและพัฒนาพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังมีโครงการพระราชดำริ ที่คอยรองรับการสร้างงาน สร้างอาชีพแก่คนในพื้นที่ ซึ่งเป็นโครงการของพระองค์ท่านที่มีวัตถุประสงค์โดยตรงไปที่ประชาชน เพื่อให้ประชาชนมีอาชีพมีรายได้และมีงานทำ เพราะฉะนั้นโครงการพระราชดำรินี้จึงเป็นที่รองรับของชาวบ้านอยู่แล้ว จึงทำให้กระบวนการมีความระส่ำระสาย ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเราได้เดินทางมาถูกทางแล้ว

จากการตรวจสอบล่าสุดพบว่า เฟส Suding Su Patani ได้ปิดหนีไปแล้ว