ทำกับเด็กได้ลงคอ!แชมป์เปตองเด็กนักเรียนนครฯสุดช้ำ สมาคมกีฬาฯเบี้ยวจ่ายเงินรางวัล

187

จากกรณีที่สื่อมวลชนนำเสนอนักกีฬาเปตองสาวคนเก่ง 4 คน ประกอบด้วย “น้องไซนี่”น.ส. ภัสสร โสภาวัจน์ อายุ 18 ปี , “น้องนา”น.ส. มีนา เจ๊ะหลี อายุ 16 ปี , “น้องกุ้ง”น.ส.  ผลิกา ลักษณะวิลาศ อายุ 16 ปี และ “น้องฟาติมะ” น.ส. อริษา วาดโรงภักร อายุ 15 ปี  ที่ได้ร่วมกันสร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดนครศรีธรรมราช บ้านเกิดโดยการคว้าเหรียญทอง ในการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 45 “สงขลาเกมส์” ที่ จ.สงขลา เมื่อปลายเดือน มิ.ย.2560 ที่ผ่านมา  ทั้ง ๆ ที่ทั้ง 4 คนครอบครัวมีฐานะยากจน ยากไร้เป็นอย่างมาก  และทั้งหมดมีนายกีรยุทธ นวนแก้ว พนักงานจ้างโรงเรียนบ้านปากน้ำเก่า  หมู่ 3 ต.ปากพูน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เป็นผู้ฝึกสอน ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

 (13 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าฮีโร่ทั้ง 4 คนมีความหวังที่จะได้รับเงินอัดฉีดจากสมาคมกีฬาจังหวัดนครศรีธรรมราชที่มีมติในที่ประชุมและประกาศให้นักกีฬาทุกคนทราบอย่างเป็นทางการว่าจะมีเงินอัดฉีดให้กับนักกีฬาที่ลงแข่งขันชนะได้เหรียญทอง เหรียญเงินและเหรียญทองแดง ซึ่งในส่วนของทีมเปตองที่คว้าแชมป์มาครองจะได้รับเงินอัดฉีดรวม 75,250 บาท โค้ชหรือผู้ฝึกสอนจะได้รับเงินอัดฉีด 10 เปอร์เซ็นต์ของนักกีฬา คือ 7,250 บาท รวมเงินอัดฉีดที่ทีมเปตองชุดแชมป์ “สงขลาเกมส์” จะได้รับทั้งสิ้น 79,750 บาท ส่วนเงินอัดฉีดค่าเหรียญรวมกีฬาทุกประเภทที่สมาคมกีฬาจังหวัดนครศรีธรรมราชจะต้องจ่ายให้นักกีฬา และผู้ฝึกสอนในชุดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติครั้งที่ 45 “สงขลาเกมส์ “ จำนวนทั้งหมด 850,000 บาท รวมกับค่าอัดฉีดที่สมาคมกีฬายังไม่ได้จ่ายให้นักกีฬาชุดแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ “ชุมพร-ระนองเกมส์” อีกว่า 1,500,000 บาท รวมค่าอัดฉีดที่สมาคมจะต้องจ่ายให้กับนักกีฬาและผู้ฝึกสอนทั้ง 2 รายการ เกือบ 2.4 ล้านบาท ซึ่งนักกีฬาทุกประเภททั้ง 2 รายการต่างรอคอยเงินอัดฉีดทั้ง 2 รายการดังกล่าว แต่สมาคมกีฬาจังหวัดนครศรีธรรมราชยังไม่สามารถหาเงินมาจ่ายให้ได้ตามมติที่ประชุมและตามประกาศไว้ก่อนหน้านี้

  ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ห้องประชุมการกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดนครศรีธรรมราช  เมื่อวันที่ 12 ก.ค. 2560 ที่ผ่านมา  นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช  เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกีฬาจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมีพิจารณาระเบียบวาระการประชุม 5 ระเบียบวาระการประชุม โดยมีการเชิญนายมาโนช เสนพงศ์ นายกสมาคมกีฬาจังหวัดนครศรีธรรมราช และนายยุทธการ รัตนมาศ เลขาธิการสมาคมกีฬาจังหวัดนครศรีธรรมราช เข้าร่วมประชุมและชี้แจงในเรื่องเงินค่าอัดฉีดนักกีฬาที่ได้รับเหรียญจากการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ “ชมพร-ระนองเกมส์ และการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ “สงขลาเกมส์” ที่สมาคมยังค้างจ่ายอยู่ทั้ง 2 รายการ

ซึ่งนายมาโนช และนายยุทธการ ได้ยืนว่าในส่วนของแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ “ชมพร-ระนองเกมส์ ทางสมาคมกีฬาจังหวัดนครศรีธรรมราช จะหาเงินมาจ่ายให้ภายในสิ้นเดือนกรกฏาคม 2560 นี้ แต่ในส่วนของเงินอัดฉีดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ “สงขลาเกมส์” ไม่รับปากว่าจะหามาจ่ายได้หรือไม่ หากสามารถหาเงินได้ก็จะจ่ายให้ แต่หากหาไม่ได้ก็ไม่จ่ายให้ และอยากให้ทางคณะกรรมการกีฬาจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นผู้จัดสรรงบประมาณมาสนับสนุนจ่ายให้นักกีฬาแทนสมาคมกีฬาจังหวัดนครศรีธรรมราช ทำให้ที่ประชุมมีการแสดงความคิดเห็นในประเด็นนี้กันอย่างกว้างขวาง

ดร.ณัฐวุฒิ ภารพบ ประธานชมรมกรีฑาและอดีตนายกสมาคมกีฬาจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า  เรื่องเงินอัดฉีดนักกีฬาเป็นภาระหน้าที่ของสมาคมกีฬา ซึ่งที่ผ่านมาในสมัยที่ตนเป็นนายกสมาคมกีฬาจังหวัดนครศรีธรรมราช รวมทั้งสมัยที่นายพิชัย บุณยเกียรติ นั่งในตำแหน่งนี้ก็ได้จัดหางบประมาณมาจ่ายให้หลัวเสร็จจากการแข่งขันไม่เกิน 10 วัน แต่มาถึงสมัยนายมาโนช เสนพงศ์  กลับจ่ายล่าช้า โดยการแข่งขันกีฬาเปยาวชนแห่งชาติ “ชุมพร-ระนองเกมส์ “ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2560 ที่ผ่านมายังไม่ยอมจ่าย ส่วนกีฬาแห่งชาติ “สงขลาเกมส์” มีท่าทีไม่ยอมจ่ายทั้ง ๆ ที่มีมติในที่ประชุมและประกาศให้นักกีฬา และผู้ฝึกสอนกีฬาทุกประเภททราบอย่างเป็นทางการไปแล้ว  ซึ่งไม่ถูกต้องหากเบี้ยวไม่ยอมจ่ายก็สรุปว่านายมาโนช เสนพงศ์ ไม่เหมาะสมที่จะนั่งในตำแหน่งนี้จะต้องแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกจากตำแหน่งโดยเร็ว

 ผู้สื่อข่าวรานงานว่าหลังจากการประชุมทางชมรมกีฬาแต่ละประเภทต่างสอบถามถึงผลการประชุม เมื่อทราบว่านายมาโนช เสนพงศ์ ไม่รับปากและจะเบี้ยวจ่ายเงินอักฉีดให้นักกีฬาแห่งชาติ “สงขลาเกมส์” สร้างความไม่พอใจให้กับคณะกรรมการชมรมกีฬาทุกชมรม รวมทั้งนักกีฬา ผู้ฝึกสอนและผู้ปกครองเป็นอย่างมาก จึงเรียกร้องจังหวัดจัดหางบประมาณมาจ่ายเป็นค่าอัดฉีดนักกีฬาโดยเร็วและให้นายมาโนช เสนพงศ์ ลาออกจากตำแหน่งนายกสมาคมกีฬาจังหวัดนครศรีธรรมราชอีกด้วย

นายกีรยุทธ นวนแก้ว กล่าวว่า ผู้ฝึกสอนทีมนักกีฬาเปตอง ชุดแชมป์ “สงขลาเกมส์”  กล่าวว่าตั้งแต่นายมาโนช เสนพงศ์ มานั่งในตำแหน่งนายกสมาคม และนายยุทธการ รัตนมาศ นั่งในตำแหน่งเลขาธิการสมาคมกีฬาจังหวัดนครศรีธรรมราช มีปัญหาตามมามากมาย ส่งผลกระทบต่อขวัญและกำลังใจของนักกีฬาเป้นอย่างมาก และทำให้การพัฒนาด้านการกีฬาของจังหวัดนครศรีธรรมราชมีปัญหามาโดยตลอด หากเป็นเช่นนี้ในปีต่อไปจะยิ่งมีปัญหาเพิ่มมากขึ้น นักกีฬาที่เก่งทุกประเภทอาจจะย้ายทีมไปแข่งให้กับจังหวัดอื่น ๆ ส่งผลกระทบต่อจำนวนเหรียญที่จะได้รับจากการแข่งขันอย่างแน่นอน  เพราะแม้นักกีฬาทุกคนจะได้สวัสดิการและรับการสนับสนุนน้อยกว่าจังหวัดอื่น ๆ ทุกคนก็อยากจะเล่นให้กับจังหวัดบ้านเกิด  จึงยอมรับสภาพที่เกิดขึ้น

“อย่าว่าแต่เงินอัดฉีดนักกีฬาเลย ขนาดเงินสนับสนุนการฝึกซ้อมก่อนแข่ง  1 เดือนประกาศว่าจะให้นักกีฬาคนละ 200 บาท/วัน ให้เซ็นชื่อรับเงินเรียบร้อยคนละ 6,000 บาท แต่กลับรับเงินจริงแค่คนละ 500 บาทเท่านั้น แต่นักกีฬาทุกคนก็มีสปิริตในความรับผิดชอบแม้จะโดนกระทำ โดนเบี้ยวจากสมาคมกีฬาจังหวัดนครศรีธรรมราช แต่เมื่อเราถูกกำหนดให้เป็นตัวแทนจังหวัดลงแข่งขัน ทุกคนก็ทำหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ ไม่อยากให้จังหวัดเสื่อมเสียชื่อเสียง”

นายกีรยุทธ นวนแก้ว กล่าวอีกว่าการที่สมาคมกีฬา ฯไม่จ่ายเงินอัดฉีดให้นักกีฬาทำให้ความหวังของทีมนักกีฬาเปตองชุมแชมป์กีฬาแห่งชาติ “สงขลาเกมส์” พังทลายลงทันที เพราะที่ผ่านมาทุกคนไม่เคยเรียกร้องใด ๆ แต่เรื่องเงินค่าอัดฉีดเป็นสิทธิ์ของนักกีฬาที่จะได้รับและเป็นความหวัง ความฝันของเด็ก ๆ ซึ่งทุกคนล้วนมีฐานะยากจนแร้นแค้น  ทุกคนตั้งความหวังว่าเมื่อได้รับเงินอักฉีดจะแบ่งให้พ่อแม่ แบ่งให้คุณยาย นำมาปรับปรุงซ่อมแซมบ้านพักที่อยู่อาศัยที่ชำรุดทรุดโทรม รวมทั้งสร้างห้องน้ำห้องส้วมและเก็บสะสมไว้เป็นทุนในการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยในอนาคต

 “ผมไม่รู้จะอธิบายให้ทรายถึงความรู้สึกของเด็ก ๆ ทั้ง 4 คนให้สังคมได้รับรู้ได้อย่างไร หลังทราบข่าวทุกคนร้องให้อย่างน่าเวทนาสงสาร ก่อนหน้านี้มีหลายจังหวัดติดต่อเด็ก ๆ ให้ไปเล่นในนามจังหวัดเขาโดยเสนอให้สวัสดิการทั้งการศึกษา ที่พัก อาหาร และเงินเบี้ยเลี้ยงและเงินอัดฉีดมากกว่านครศรีธรรมราช แต่ทุกคนไม่ยอมไป ทุกคนต้องการเป็นคัวแทนของจังหวัดนครศรีธรรมราชบ้านเกิดแม้จะมีสวัสดิการต่าง ๆ น้อยนกว่ามากก็ตาม แต่เมื่อเขาทำสำเร็จและได้รับสิทธิอันชอบธรรมที่จะได้รับเงินอัดฉีดแต่ทางสมาคมกีฬา ฯกลับเบี้ยวไม่ยอมจ่าย ความหวัง ความฝัน และความตั้งใจของเด็ก ๆ พังทลายลง ตนขอย้ำว่านายมาโนช เสนพงศ์ และนายยุทธการ รัตนมาศ ลาออกจากตำแหน่งโดยเร็วในเมื่อท่านไม่มีความสามารถ ท่านไร้ความสามารถก็ควรลาออกไป เปิดโอกาสให้คนอื่น ๆ เขาเข้ามาทำหน้าที่ตรงนี้แทน ทราบว่าคนนครศรีธรรมราชที่ร่ำรวยเป็นพันล้านมีหลายสิบคนเขาพร้อมจะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือด้านการกีฬา แต่หากพวกท่านยังเขาคงไม่อยากเข้ามายุ่งเกี่ยว”นายกีรยุทธ นวนแก้ว กล่าวอย่างหนักแน่นและจริงจังในที่สุด.

ภาพ/ข่าว ไพฑูรย์ อินทศิลา ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.นครศรีธรรมราช