ขู่ฆ่าส.ส.พลังประชารัฐ หลังปูดบริษัทอดีตบิ๊กตำรวจรุกที่ภูเก็ตผิดกม.

869

“สิระ” ส.ส.กทม.พลังประชารัฐ เผย ถูกขู่ฆ่า หลังออกมาเปิดโปงที่ดินผิด กม.ของ “อดีตผบ.ตร.’ ย้อนถาม เป็น ตร.ชั้นผู้ใหญ่ไม่รู้กฎหมาย ? พร้อม จี้ “เทศบาลภูเก็ต”สั่งเพิกถอนใบอนุญาตก่อสร้าง เตรียมยื่น รมต.ยุติธรรม รับเป็นคดีพิเศษ ลงดาบ ขรก.ทุจริตเอื้อประโยชน์นายทุน

นายสิระ เจนนาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ ร่วม ส.ส.พลังประชารัฐ และภูมิใจไทย แถลงข่าวถึงกรณีการก่อสร้างโครงการอาคารชุดพักอาศัยจำนวนหลายอาคารต่อเทศบาลตำบลกะรน จังหวัดภูเก็ต โดยระบุว่า เป็นพื้นที่ๆไม่ชอบด้วยกฎหมาย

นายสิระ กล่าว มีการก่อสร้างโครงการอาคารชุดในเขตเทศบาลตำบลกะรน โดยบริษัทของอดีตนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่รายหนึ่ง ซึ่งที่ดินที่มีการก่อสร้างศาลปกครองนครศรีธรรมราชได้มีคำพิพากษาเพิกถอนหนังสือรับรองประโยชน์ (น.ส.3ก.) แล้ว แต่นายกเทศมนตรีฯ ได้อนุญาตให้มีการก่อสร้างโครงการอีก

‘หรือเป็นเพราะมีผลประโยชน์แอบเเฝงหรือไม่ ‘ นายสิระ กล่าวและว่า โครงการดังกล่าวส่วนใหญ่จะเป็นผู้ชื้อชาวต่างชาติ หากมีการฟ้องร้องเกิดขึ้นรัฐอาจจะเกิดความเสียหาย โดยที่จะต้องจ่ายค่าชดเชยมากกว่า 3,000 ล้านบาท ดังนั้นในวันที่ 18 ส.ค.นี้ ตนจะลงพื้นที่ไปตรวจโครงการ จากนั้นวันที่ 19 ส.ค.นี้ จะเข้าพบกับผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต โดยจะขอให้มีการออกคำสั่งระงับการปฎิบัติหน้าที่ของนายกเทศมนตรีตำบลกะรน จังหวัดภูเก็ต

นอกจากนี้จะขอให้ผู้ว่าฯออกคำสั่งให้หยุดก่อสร้าง รวมทั้งยกเลิกใบอนุญาตก่อสร้างโครงการทั้งหมด

“เมื่อผมประกาศจะออกมาทวงที่ดินเลือดตรงนี้กลับคืนสู่ประเทศชาติ เพราะผมเป็นผู้แทนของคนไทย เมื่อวานก็มีคนมาขู่ฆ่าผม ว่าจะไปยุ่งกับที่ดินตรงนี้จริงหรือ ระวังนะมีคนที่มายุ่งตายไป 2 ศพแล้ว แต่ผมไม่กลัว ถ้าคนที่กระทำความผิด แล้วเราที่มาทำหน้าที่แทนปวงชนชาวไทยแต่ต้องมากลัวตายจากอิทธิพลมืด ผมว่าเราไม่สมควรมาทำหน้าที่ตรงนี้ และผมจะเดินหน้าเพื่อยุติการก่อสร้างบนที่ดินผืนนี้ให้ได้”นายสิระ กล่าว

นายสิระ กล่าวต่อว่า ตนจะไปยื่นกับรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม เพื่อให้รับคดีนี้เป็นคดีพิเศษ เพราะคดีดังกล่าวเข้าข่ายคดีพิเศษทุกข้อ และเรื่องนี้มีคนกระทำความผิดชัดเจน และมีความเสียหายเกิดขึ้นต่อประเทศชาติ อีกทั้งยังมีข้าราชการนอกคอกบางคนที่เอาหน้าที่ของตัวเองไปเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มนายทุนด้วย ทั้งนี้ ตนอยากจะถามไปยัง บิ๊กตำรวจ ที่เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินผืนนี้ว่า ท่านไม่ทราบจริงหรือว่าสิ่งที่ทำอยู่ผิดกฎหมายและเป็นการเบีบดเบียนชาวบ้านในพื้นที่ ในเมื่อท่านเคยเป็นตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ตนคิดว่าไม่น่าจะไม่รู้กฎหมาย หรือรู้ แต่แกล้งทำเป็นไม่รู้กันแน่