กรมการปกครองรับโอนงานกิจการฮัจย์แล้ว อธิบดียันจะใช้ทุกองคาพยพเพื่อให้งานสำเร็จ

853

ร.ต.ท. อาทิตย์ บุญญะโสภัต อธิบดีกรมการปกครอง เป็นประธานในพิธีลงนามรับมอบภารกิจของกองส่งเสริมกิจการฮัจย์และกองทุนสำหรับผู้เดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ กรมศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม มาเป็นของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ณ ห้องประชุมกรมการศาสนา ชั้น 12 กระทรวงวัฒนธรรม


พระราชบัญญัติส่งเสริมกิจการฮัจย์ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2559 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 12 ธันวาคม 2559 มีสาระสำคัญคือ การกำหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นประธานกรรมการส่งเสริมกิจการฮัจย์แห่งประเทศไทย และเป็นผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติ มีการกำหนดให้อธิบดีกรมการปกครองเป็นเลขาธิการ และให้กรมการปกครองทำหน้าที่สำนักเลขาธิการ รวมถึงมีการกำหนดให้โอนบรรดากิจการ และอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการส่งเสริมกิจการฮัจย์ มาเป็นของกรมการปกครอง ซึ่งเป็นส่วนราชการที่มีหน่วยงานส่วนภูมิภาคครอบคลุมและใกล้ชิดประชาชนทั่วทุกพื้นที่ เพื่อให้การอำนวยความสะดวกของภาครัฐต่อประชาชนชาวไทยมุสลิมที่จะไปประกอบพิธีฮัจย์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับจำนวนผู้ไปประกอบพิธีฮัจย์ที่เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก

กรมการปกครองตระหนักดีว่า ภารกิจการส่งเสริมกิจการฮัจย์เป็นภารกิจสำคัญที่กรมการปกครองได้รับมอบหมายจากรัฐบาล ในการคุ้มครองดูแลและอำนวยความประชาชนชาวไทยมุสลิมที่ไปประกอบพิธีฮัจย์ ณ ประเทศซาอุดิอาระเบีย ตามบทบัญญัติของศาสนาอิสลามที่กำหนดให้มุสลิมผู้มีความสามารถจะต้องเดินทางการประกอบพิธีฮัจย์อย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิต รวมถึงยังเป็นโอกาสให้ประชาชนชาวไทยมุสลิมเรียนรู้วัฒนธรรมของมุสลิมชาติอื่นๆ ทั่วโลกที่เดินทางมาประกอบพิธีฮัจย์ และเป็นโอกาสในการเผยแพร่วัฒนธรรมของมุสลิมในประเทศไทยต่อมุสลิมจากนานาประเทศ

เพื่อให้ภารกิจการส่งเสริมกิจการฮัจย์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ กรมการปกครองจะได้อาศัยกลไกส่วนภูมิภาค ได้แก่ นายอำเภอ ปลัดอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำของศาสนาอิสลาม ในการขับเคลื่อนภารกิจดังกล่าวให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของรัฐบาล โดยปัจจุบันกรมการปกครองได้จัดตั้งกองส่งเสริมองค์กรศาสนาอิสลามและกิจการฮัจย์ขึ้นมาเพื่อรองรับภารกิจต่อจากกรมการศาสนา


ทั้งนี้ กรมการปกครองทราบดีว่าในการให้บริการและอำนวยความสะดวกแก่ผู้ไปประกอบพิธีฮัจย์ที่ผ่านมา อาจมีปัญหาอุปสรรคบางประการ ซึ่งกรมการศาสนาในฐานะเป็นหน่วยงานรับผิดชอบในการส่งเสริมกิจการฮัจย์มาก่อนได้มีการปรับปรุง แก้ไข และพัฒนาการดำเนินงานในทุกด้านอย่างต่อเนื่อง จนทำให้ผู้ไปประกอบพิธีฮัจย์ในช่วงปี พ.ศ.2558 – 2559 มีความพึงพอใจในการให้บริการและการอำนวยความสะดวกมากขึ้นแล้ว อย่างไรก็ตาม ในฐานะที่กรมการปกครองได้มาสานต่อภารกิจจากกรมการศาสนา มีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหาอุปสรรคต่างๆ ให้หมดไป และปรับปรุง พัฒนาการบริหารจัดการภารกิจด้านการส่งเสริมกิจการให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น เพื่อประโยชน์ของพี่น้องชาวไทยมุสลิมที่จะเดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ด้วยความสะดวก ปลอดภัย และสมบูรณ์ตามหลักการของศาสนา ภายใต้ความร่วมมือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้นำทางศาสนาต่อไป

ที่มา : กลุ่มงานประชาสัมพันธ์
สำนักงานเลขานุการกรมการปกครอง

ขอบคุณ TangnamNews