คดีครูแพะ! “อังคณา”ระบุ ตำรวจควรให้เป็นที่พึ่งพาของปชช. ไม่ใช่ออกมาข่มขู่

157

กสม. ระบุคดีครูแพะ ตำรวจควรให้เป็นที่พึ่งพาของปชช. ไม่ใช่ออกมาข่มขู่ ต้องยอมรับลดทอนอำนาจเพื่อให้มีการตรวจสอบก่อน

นางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวในงานเสวนาโต๊ะกลม ภาคประชาชน ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา ย่านราชดำเนิน “จากบทเรียนเชอรี่แอน ถึงกรณีครูแพะ หรือ แกะ กับคำถามถึงกระบวนการยุติธรรม ทิศทางและความหวังปฏิรูปตำรวจ” ว่า ความคาดหวังกับการปฏิรูปตำรวจ ในอดีตเคยมีความพยายาม ในการปฏิรูปมาแล้วตั้งแต่สมัยรัฐบาล พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ แต่ก็ไม่สามาถทำได้ เพราะมีนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่คอยคัดค้าน รวมถึงสิทธิที่ผู้หญิงไม่สามารถเป็นผู้กำกับการหรือหัวหน้าสถานีได้ เพราะสถาบันตำรวจไม่เปิดกว้างให้คนนอกเข้าไปวิจารณ์ อีกทั้งตำรวจมีอำนาจมากเกินไป ทำให้ละเมิดสิทธิมนุษยชนในการริดรอนศักดิ์ศรีความเป็นคน การนำผู้ต้องหามาแถลงข่าว และซ้อมทรมารผู้ต้องหา ที่ผู้ถูกกระทำไม่สามารถเรียกร้องหาสิทธิของตนเองได้ทันที รวมถึงการแซกแซงตำรวจถือว่าทำได้ง่าย แต่ประชาชนกับเข้าถึงข้อมูลข้อเท็จจริงต่างๆแทบไม่ได้เลย เช่นเดียวกับ กรณี ครูจอมทรัพย์ ที่ตามจริงแล้วแทนที่จะสืบเสาะหาความถูกต้องในอดีต หาความผิดพลาด แต่ตำรวจชั้นผู้ใหญ่กลับออกมาข่มขู่ ทำให้ผู้ที่ต้องการเผยแพร่ไม่กล้าเปิดเผยความจริง เพราะตำรวจมีพวกพ้องและช่วยเหลือกัน

อย่างไรก็ตาม การปฏิรูปนี้ไม่ใช่การแยกอำนาจออกจากตำรวจแต่เป็นการที่ทำให้องค์กรตำรวจสามารถเป็นที่พึ่งพาได้อย่างแท้จริงของประชาชน และมีศักดิ์ศรี ซึ่งจะต้องมาดูว่า ถึงแม้จะมีอำนาจแต่ถ้าประชาชนไม่เชื่อมั่นก็จะถูกท้ายจากประชาชน ขณะเดียวกัน ทุกคนต่างได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติหน้าที่ ตำรวจจึงต้องยอมรับ ยอมที่จะเจ็บปวด และลดทอนอำนาจของตัวเองลง เพื่อให้มีการตรวจสอบให้มากขึ้นกว่าที่ผ่านมา

“นคร”มองปฏิรูปตร.ต้องตรวจสอบกระบวนการหลายด้าน

มูลนิธิหมอเสม พริ้งพวงแก้ว สร้างคนดี มองการณ์ไกล ไทยรุ่งเรือง จัดเสวนาโต๊ะกลม ภาคประชาชน ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา ย่านราชดำเนิน “จากบทเรียนเชอรี่แอน ถึงกรณีครูแพะ หรือ แกะ กับคำถามถึงกระบวนการยุติธรรม ทิศทางและความหวังปฏิรูปตำรวจ”

โดย นายนคร ชมพูชาติ ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน สภาทนายความ ระบุว่า การจะปฏิรูปตำรวจ ได้ นอกเหนือจากการพยายามออกกฏหมายมาบังคับใช้ที่สำเร็จได้ยากแล้ว ก็ต้องตรวจสอบกระบวนการ บทบาทการในหลายๆ ด้าน และระบบคอรัปชั่นของตำรวจ ที่หวังว่าจะมีกลไกลตรวจสอบจากสังคม กฏหมาย สื่อมวลชน และประชาชนที่จะร่วมมือช่วยเหลือกันในการสอดส่องเจาะลึกความจริงออกมาตีแผ่ ให้เกิดความชัดเจนและปฏิรูปได้อย่างเป็นรูปธรรม

บก.หนังสือแนะจะปฏิรูปตร.ต้องยกระดับเป็นรูปธรรม

นายปรัชญาชัย ดัชถุยาวัตร บรรณาธิการหนังสือโรดแมปปฏิรูปตำรวจฯลฯ กล่าวภายในเสวนาโต๊ะกลม ภาคประชาชน ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา ย่านราชดำเนิน “จากบทเรียนเชอรี่แอน ถึงกรณีครูแพะ หรือ แกะ กับคำถามถึงกระบวนการยุติธรรม ทิศทางและความหวังปฏิรูปตำรวจ” ว่า ระบบกระบวนการยุติธรรมไม่มีความถ่วงดุล สถาบันตำรวจอยู่ในสภาพวิกฤติศรัทธา ที่มีมาจากผลพวงระบบ จากทั้งเหตุ แจกใบสั่ง รีดส่วย ผกก.ฆ่าทอม

และในกรณี ครูจอมทรัพย์ ที่สะเทือนสังคม ความศรัทธาทั้งระบบ ตั้งแต่ตำรวจ จนถึงกระบวนการยุติธรรม เกิดช่องว่าง เกิดความสงสัยของการสอบสวนทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ รวมถึงเสียงสะท้อนจากภาคประชาชนที่ เปิดเพจระดมเงินช่วยเหลือ ครูจอมทรัพย์ ส่วนกรณีถ้าครูจอมทรัพย์เป็นแพะจริง ถือเป็นการผิดพลาดที่ล้มเหลวของพนักงานสอบสวนในการรวบรวมพยานหลักฐาน อีกกรณีหากเป็นการรับจ้างเป็นแพะ แสดงว่ากระบวนการตบตาตำรวจยังมีอยู่จริง ซึ่งถือว่าร้ายแรงมาก ส่วนจะปฏิรูปตำรวจอย่างไรให้เป็นรูปธรรม จึงต้องยกระดับการปฏิรูปให้เป็นรูปธรรม แยกงานสอบสวนออกไป แต่อยู่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ แยกเป็นกองงานที่ยังอยู่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกระจายอำนาจไปสู่ภาคท้องถิ่น เพื่อให้เกิดควาชัดเจน

“พ.ต.อ.วิรุตม์”ระบุปฏิรูปตร.ต้องใช้ม.44เข้าควบคุม

พ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร อดีตที่ปรึกษาอนุกรรมาธิการปฏิรูประบบตำรวจ กล่าวภายในงานเสวนาโต๊ะกลม ภาคประชาชน ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา ย่านราชดำเนิน “จากบทเรียนเชอรี่แอน ถึงกรณีครูแพะ หรือ แกะ กับคำถามถึงกระบวนการยุติธรรม ทิศทางและความหวังปฏิรูปตำรวจ” โดย ระบุว่า ปัญหาของตำรวจไม่ได้อยู่ที่ความขาดแคลน แต่อยู่ที่ระบบการบริหารจัดการ ซึ่งหากอยากให้เกิดการปฏิรูปจริง นายกรัฐมนตรีต้องใช้อำนาจ หรือ มาตรา 44 เข้ามาควบคุม พร้อมทั้งเห็นด้วยกับการนำตำรวจ 9 หน่วยออกจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

นอกจากนี้ การที่จะปฏิรูปตำรวจได้ต้องมี 3 เรื่องสำคัญ คือ ต้องให้การสอบสวนบันทึกภาพและเสียง คุมเข้มสำนวนการสอบสวน และการให้อัยการเข้ามามีอำนาจในการสอบสวนตั้งแต่เริ่มต้นคดี