อีกประเด็นหนึ่ง กลุ่มชาวพุทธไม่พอใจสนช.-บิ๊กตู่

75

สิ่งที่พระคุณเจ้าดำเนินการนี้ คือ “การสร้างสะพานบุญ การสร้างโอกาสให้คนพุทธ” ให้มีโอกาสเดินทางไปกราบสถานที่พวกเราเรียกว่า “สังเวชนียสถาน” ที่ชาวพุทธจำนวนมากคาดหวังว่าในชีวิตต้องมีสักครั้งได้ไปกราบไหว้

เมื่อเดือนกันยายน 2559 พระใบฎีกาคทาวุธ คเวสกธมฺโม หัวหน้าฝ่ายวิชาการสำนักงานส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และความมั่นคงแห่งสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ วัดสระเกศฯ ได้ยื่นร่างพ.ร.บ.นมัสการ 4 สังเวชนียสถาน” ต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) เพื่อให้ชาวพุทธได้เดินทางไปนมัสการ4สถานที่สำคัญที่เกี่ยวกับพระพุทธเจ้า ให้เหมือนที่มุสลิมเดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ ที่มักกะห์ ซาอุดิอารเบีย แต่สนช.โดยอนุกรรมาธิการศาสนาฯ ไม่เห็นด้วย ตีตกไป

กลายเป็นประเด็นหนึ่งของกลุ่มที่เคลื่อนไหวไม่พอใจรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เหมือนไม่ให้ความสำคัญกับสิ่งที่เรียกร้อง มุสลิมมีพ.ร.บ.ฮัจย์ได้ แต่พุทธทำไมมี พ.ร.บ .นมัสการฯไม่ได้

เปรียญ 10ได้สะท้อนความเห็นป่านคอลัมน์ริ้วผ้าเหลือง เผยแพร่ทางเดลินิวสฺ์ มีรายละเอียดดังนี้

พลันที่ทราบข่าวว่า คณะอนุกรรมาธิการศาสนาฯ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ มีมติไม่เห็นชอบในการพิจารณา ร่าง “พ.ร.บ.นมัสการ 4 สังเวชนียสถาน” โดยให้เหตุผลว่า “ชาวพุทธไม่จำเป็นต้องมี พ.ร.บ.ดังกล่าว” กระแสความไม่พอใจในกลุ่มชาวพุทธ ที่มีเชื้ออยู่อาการน้อยใจอยู่แล้วประทุขึ้นมาฉับพลัน

ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ผู้ผลักดัน คือ พระใบฎีกาคทาวุธ คเวสกธมฺโม หัวหน้าฝ่ายวิชาการสำนักงานส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และความมั่นคงแห่งสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ วัดสระเกศฯ และคณะเดินสายชี้แจง ยื่นหนังสือผ่านทั้งตัวแทนรัฐบาล มหาเถรสมาคม สภานิติบัญญัติแห่งชาติ คณะกรรมาธิการศาสนาฯ แต่สุดท้ายสิ่งที่ได้ “ไร้การเหลียวแล”

ก่อนหน้านี้มีพระสงฆ์และชาวพุทธจำนวนมาก “คาดหวัง” ว่ารัฐบาล สภานิติบัญญัติแห่งชาติ จะพิจารณาอย่าง “เท่าเทียม” เหมือนกับบางศาสนาที่เขานำร่องมาก่อนแล้ว30 กว่าปี เวลาเดินทางไปแสวงบุญแบบนี้ต้องมีตัวแทนขององค์กรศาสนาของเขาชัดเจน มีกองทุนเงินสำรองจ่ายค่าที่พัก มีการอำนายความสะดวกทั้งเรื่องหนังสือเดินทาง การตรวจสุขภาพ ทีมหมอ และการบริการสำหรับผู้แสวงบุญชาวไทยที่เดินทางไปปฎิบัติศาสนกิจ

ไม่ทราบเหตุผลลึกๆ ว่า คุณปู่สมพร เทพสิทธา ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการศาสนาฯ ชุดนี้ปฎิเสธเพราะอะไร?!? คำว่า “ชาวพุทธไม่จำเป็นต้องมี พ.ร.บ.ดังกล่าว” ผมเชื่อลึกๆ ว่าหากไม่มีคนแหย่หรือคนสั่ง ด้วยวัยวุฒิคุณวุฒิ และภูมิความรู้อย่างประธานคณะอนุกรรมาธิการชุดนี้ คงไม่ปฎิเสธแบบสิ้นใยไมตรีเช่นนี้

แต่ถึงอย่างไรเสีย พระใบฎีกาคทาวุธ คเวสกธมฺโม และคณะก็ยังเพิ่งถอย เพราะผมยังเชื่อว่ายังมีโอกาส แต่พระคุณเจ้าและคณะต้องปลุกผู้มีอำนาจให้เห็นความสำคัญและคุณค่าของพุทธศาสนา (ซึ่งนับวันคนกลุ่มนี้น้อยลงทุกวัน) ปลุกชาวพุทธเราเองต้องลุกขึ้นมาสู้ ผมกระดากปากที่จะพูดว่าเพื่อ “ความเท่าเทียม” ในประเทศนี้ที่มีชาวพุทธมากถึง 94 เปอร์เซ็นต์ เข้ามามีส่วนร่วม

หากพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมนมัสการสังเวชนียสถาน ที่พระคุณเจ้ายื่น มี 3 หมวด รวม 27 มาตรานั้น ล้วนมีคุณประโยชน์ต่อชาวพุทธมากมาย มากกว่าที่พระคุณเจ้าบางรูป เจ้าอาวาสบางท่าน ไปสร้างวัดหรือสร้างเจดีย์ให้คนไปกราบไหว้ เพราะสิ่งที่พระคุณเจ้าดำเนินการนี้ คือ “การสร้างสะพานบุญ การสร้างโอกาสให้คนพุทธ” อย่างยิ่งใหญ่ ให้มีโอกาสเดินทางไปกราบสถานที่พวกเราเรียกว่า “สังเวชนียสถาน” ที่ชาวพุทธจำนวนมากคาดหวังว่า ในชีวิตต้องมีสักครั้งต้องไปกราบไหว้ให้ได้

มีหลายคนอาจสงสัยว่า “สังเวชนียสถาน” สำคัญต่อชาวพุทธอย่างไร ขอเล่าย่อๆ ดังปรากฎอยู่ใน “พระไตรปิฎก” เล่มที่ 10 พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ 2 ทีฆนิกาย มหาวรรค ในมหาปรินิพพานสูตร ว่าก่อนที่พระพุทธองค์จะปรินิพพานทรงตรัสแก่พระอานนท์ว่า “อานนท์ในยามที่สุดแห่งราตรีวันนี้แหละ ตถาคตจะปรินิพพาน ณ ระหว่างไม้สาละทั้งคู่ ณ สาลวันแห่งมัลลกษัตริย์ ใกล้เมืองกุสินารา”

พระอานนท์เถระเจ้าได้กราบทูลว่า “ในกาลก่อนเมื่อออกพรรษาแล้ว บรรดาพุทธบริษัททั้งหลายในทิศต่างๆ เจริญในครั้นพระผู้มีพระภาคเจ้า ได้เข้าใกล้สนทนาปราศัยได้ความเจริญใจ ครั้นพระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จปรินิพพานแล้ว ข้าพระองค์ทั้งหลายจักไม่ได้โอกาสอันดีเช่นนั้น เหมือนกับเมื่อพระองค์ยังทรงพระชนม์อยู่อีกต่อไป” พระพุทธเจ้าตรัสว่า “อานนท์ สังเวชนียสถาน 4 ตำบล” นี้ คือ

1. สถานที่พระตถาคตเจ้าบังเกิดแล้ว คือ ที่ประสูติจากพระครรภ์
2. สถานที่พระตถาคตเจ้าตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ
3. สถานที่พระตถาคตเจ้าแสดงธรรมจักร
4. สถานที่พระตถาคตเจ้าปรินิพพาน

ดูกรอานนท์ ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา จักมาด้วยความเชื่อว่าพระตถาคตประสูติในที่นี้ก็ดี พระตถาคตตรัสรู้พระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณในที่นี้ก็ดี พระตถาคตทรงยังอนุตรธรรมจักรให้เป็นไปในที่นี้ก็ดี พระตถาคตเสด็จปรินิพพานแล้วด้วยอนุปาทิเสสนิพพานธาตุในที่นี้ก็ดี ก็ชนเหล่าใดเหล่าหนึ่ง เที่ยวจาริกไปยังเจดีย์ มีจิตเลื่อมใสแล้ว จักทำกาละลง ชนเหล่านั้นทั้งหมดเบื้องหน้าแต่ตายเพราะกายแตก จักเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์

การที่ คณะอนุกรรมาธิการศาสนา ฯ ชุดนี้มีมติไม่เห็นชอบ ร่าง พ.ร.บ. นมัสการ 4 สังเวชนียสถาน นี้สะเทือนใจชาวพุทธไม่น้อย ตอนนี้ชาวพุทธไม่ว่าจะเป็นพระสงฆ์ ฆราวาส จะขออะไร จะทำอะไร ดูมีมารผจญตลอด แม้แต่การจัดประชุมเครือข่ายชาวพุทธบางแห่งก็มีคนไม่ได้รับเชิญไปสังเกตการณ์ตลอด หรือถึงเวลาทางใคร…ทางมัน?

………………………………….
คอลัมน์ : ริ้วผ้าเหลือง
โดย “เปรียญ10” : [email protected] … อ่านต่อที่ : https://www.dailynews.co.th/article/526553