ใต้อ่วม!!  น้ำท่วมยังไม่คลาย 3 จังหวัดตายแล้ว 10 คน

49

27 ม.ค.60 กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยใน 7 จังหวัด ได้แก่ นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี ปัตตานี นราธิวาส ยะลา สงขลา และพัทลุง รวม 43 อำเภอ 272 ตำบล 1,484 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 133,913 ครัวเรือน 463,877 คน ทั้งนี้ ปภ.ได้ร่วมกับหน่วยทหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดมสรรพกำลังและทรัพยากรเร่งฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว

นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดี ปภ.เปิดเผยถึงสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ว่า ฝนที่ตกหนักตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.59 ถึงวันที่ 26 ม.ค.60 ส่งผลให้เกิดอุทกภัย วาตภัย น้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ภาคใต้ และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยมีจังหวัดได้รับผลกระทบ 12 จังหวัด รวม 129 อำเภอ 835 ตำบล 6,307 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 587,544 ครัวเรือน 1,815,618 คน ผู้เสียชีวิต 90 ราย ผู้สูญหาย 4 ราย ถนน 4,314 จุด คอสะพาน 348 แห่ง ท่อระบายน้ำ 270 แห่ง ฝาย 126 แห่ง อ่างเก็บน้ำ 2 แห่ง สถานที่ราชการเสียหาย 70 แห่ง โรงเรียน 2,336 แห่ง
➡ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้วอยู่ระหว่างการฟื้นฟู 5 จังหวัด ได้แก่ ระนอง กระบี่ ตรัง ชุมพร และประจวบคีรีขันธ์ ยังคงมีสถานการณ์ใน 7 จังหวัด ได้แก่ นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี ปัตตานี นราธิวาส ยะลา สงขลา และพัทลุง รวม 43 อำเภอ 272 ตำบล 1,484 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 133,913 ครัวเรือน 463,877 คน
■นครศรีธรรมราช มีสถานการณ์น้ำท่วมใน 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอปากพนัง อำเภอหัวไทร และอำเภอเชียรใหญ่ รวม 38 ตำบล 337 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 49,731 ครัวเรือน 167,963 คน ประชาชนอพยพ 35 ครัวเรือน 175 คน ผู้เสียชีวิต 26 ราย
■สุราษฎร์ธานี มีสถานการณ์น้ำท่วมใน 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอพุนพิน และอำเภอบ้านนาเดิม รวม 8 ตำบล 18 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,725 ครัวเรือน 5,192 คน ประชาชนอพยพ 109 ครัวเรือน 328 คน ผู้เสียชีวิต 15 ราย
■ปัตตานี มีสถานการณ์น้ำท่วมใน 12 อำเภอ ได้แก่ อำเภอทุ่งยางแดง อำเภอสายบุรี อำเภอโคกโพธิ์ อำเภอมายอ อำเภอแม่ลาน อำเภอปะนาเระ อำเภอไม้แก่น อำเภอเมืองปัตตานี อำเภอยะรัง อำเภอกะพ้อ อำเภอยะหริ่ง และอำเภอหนองจิก รวม 104 ตำบล 499 หมู่บ้าน 11 ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบ 23,318 ครัวเรือน 102,058 คน ผู้เสียชีวิต 8 ราย
■นราธิวาส มีสถานการณ์น้ำท่วมใน 13 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองนราธิวาส อำเภอตากใบ อำเภอบาเจาะ อำเภอยี่งอ อำเภอระแงะ อำเภอรือเสาะ อำเภอศรีสาคร อำเภอแว้ง อำเภอสุคิริน อำเภอสุไหงโก – ลก อำเภอสุไหงปาดี อำเภอจะแนะ และอำเภอเจาะไอร้อง รวม 66 ตำบล 408 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 30,212 ครัวเรือน 111,691 คน ประชาชนอพยพ 143 ครัวเรือน 593 คน
■ยะลา มีสถานการณ์น้ำท่วมใน 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองยะลา อำเภอรามัน อำเภอยะหา อำเภอเบตง และอำเภอบันนังสตา รวม 36 ตำบล 164 หมู่บ้าน 2 ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบ 5,651 ครัวเรือน 23,390 คน ประชาชนอพยพ 10 ครัวเรือน 50 คน ผู้เสียชีวิต 2 ราย
■สงขลา มีสถานการณ์น้ำท่วมใน 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอกระแสสินธุ์ อำเภอระโนด และอำเภอสะบ้าย้อย รวม 9 ตำบล 25 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 13,432 ครัวเรือน 39,332 คน ประชาชนอพยพ 55 ครัวเรือน 257 คน ผู้เสียชีวิต 10 ราย
■พัทลุง มีสถานการณ์น้ำท่วมใน 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอควนขนุน อำเภอบางแก้ว อำเภอเขาชัยสน อำเภอเมืองพัทลุง และอำเภอปากพะยูน รวม 11 ตำบล 33 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 4,844 ครัวเรือน 14,251 คน ผู้เสียชีวิต 12 ราย
ทั้งนี้ ปภ.ได้ร่วมกับหน่วยทหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดมสรรพกำลังและทรัพยากรปฏิบัติการให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย พร้อมฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว โดยทำความสะอาดบ้านเรือน สิ่งสาธารณประโยชน์ สถานที่ราชการ และซ่อมแซมระบบสาธารณูปโภค รวมถึงเส้นทางคมนาคมให้ใช้งานได้ตามปกติ ตลอดจนเร่งสำรวจความเสียหายเพื่อเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูเยียวยาผู้ประสบภัยที่ครอบคลุมทั้งด้านการดำรงชีพ ชีวิต และทรัพย์สินการประกอบอาชีพ และสิ่งสาธารณประโยชน์
อย่างไรก็ตาม จากการคาดการณ์สภาพอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ยังคงมีกำลังแรง ทำให้ภาคใต้ตอนล่างยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง และคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไปมีกำลังแรง ทะเลมีคลื่นสูง 2 – 3 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 29 ม.ค.60
ทั้งนี้ ปภ.จึงได้ประสานจังหวัดในพื้นที่เสี่ยงภัย และศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 11 สุราษฎร์ธานี เขต 12 สงขลา และเขต 18 ภูเก็ต เตรียมพร้อมรับมือฝนตกหนักต่อเนื่อง โดยจัดเจ้าหน้าที่และมิสเตอร์เตือนภัยติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด รวมถึงจัดชุดเคลื่อนที่เร็ววัสดุอุปกรณ์ และเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัยประจำจุดเสี่ยงให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างทันท่วงที
ท้ายนี้ ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัย สามารถติดต่อได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป

cr: แนวหน้า