จับตา! “ครม.ในฝัน” ลุ้น ตาสี ยายสา อ้าแขน รับ ด้วยรอยยิ้ม หรือ เสียงร่ำไห้

216

ประกาศเสียงดังหนักแน่น สำหรับ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยืนยัน “ไม่ปรับ ครม.” แน่นอน แต่วันหน้า ไม่แน่ เมื่อถึงเวลาจำเป็น ก็ต้องทำ เพื่อเดินหน้า การปกครองในระบบ New Normal ที่เคยลั่นวาจาไว้

ดังนั้น หลังจากนี้ ตามช่วงจังหวัดที่วางไว้ หลังสภาผ่าน พ.ร.บ.งบประมาณปี 2564 แล้ว ก็คงเข้าสู่ “โหมดปรับ ครม.” อย่างเลี่ยงไม่ได้ ดังจะเห็นความคึกคัก ของผู้คนในพรรคร่วมรัฐบาล วิ่งเต้น ขับเคลื่อนกัน ชุลมุน

อย่างเช่น กรณี “พิเชษฐ สถิรชวาล” ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธรรมไทย ออกมาประกาศสนับสนุน “พี่เต้” มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ขึ้นชั้นเป็นรัฐมนตรี ในฐานะตัวแทนพรรคเล็ก โดยอ้างว่า ในบรรดา 11 พรรคเล็ก มีอย่างน้อย 7 พรรค ที่เห็นดีเห็นงามด้วย ซึ่ง 7 พรรคที่ว่านี้ ได้แก่ พรรคประชาธรรมไทย พรรคไทยศรีวิไลย์ พรรคไทรักธรรม พรรคพลังชาติไทย พรรคครูไทยเพื่อประชาชน พรรคพลังไทยรักไทย และ พรรคประชานิยม

“พิเชษฐ์” อวยว่าในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา บทบาทของ “พี่เต้” ไม่ว่าจะเป็นผลงานในสภา หรือการเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาของประเทศก็เข้าตา น่าจะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติได้ จึงสมควรขึ้นชั้นเป็น “ทั่นเต้” ได้แล้ว

หากย้อนกลับไปในช่วงต้นปีที่ผ่านมานี้ คงยังจำกันได้ว่า “พิเชษฐ” และ “มงคลกิตติ์” ประกาศสลายบทบาทการเป็น “ฝ่ายค้านอิสระ” แล้วไปจับมือกับ “ชัช เตาปูน” ชัชวาลย์ คงอุดม หัวหน้าพรรคพลังท้องถิ่นไท และ “ดำรงค์ พิเดช” หัวหน้าพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย เพื่อสนับสนุนรัฐบาล ในนาม “กลุ่มกิจสังคมใหม่” ซึ่งในครั้งนั้นได้มี ส.ส.จากพรรคอนาคตใหม่ เข้ามาซบด้วย ทำให้กลุ่มนี้มี ส.ส.ในมือ 8 เสียง

มีการประเมินกันว่า การที่ “ชัช เตาปูน” เป็นเจ้าภาพรวบรวมเสียง ส.ส.ได้ 8 เสียง เพื่อช่วยรัฐบาลแก้ปัญหา “เสียงปริ่มน้ำ” ในขณะนั้น ก็หวังจะผลักดัน “ลูกเอ็ม” ชื่นชอบ คงอุดม ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน ที่เคยเป็น ส.ส.ประชาธิปัตย์ มาแล้ว และปัจจุบันก็มีตำแหน่งเป็น “กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง” ได้ขึ้นชั้น สัมผัสเก้าอี้รัฐมนตรี เสียที

แต่ “พิเชษฐ” กลับมาเสนอชื่อ “มงคลกิตติ์” เป็นรัฐมนตรี แทนที่จะเป็น “ชื่นชอบ คงอุดม”…จุดนี้ย่อมมองเห็นร่องรอยว่ามีการเจรจาต่อรองที่ไม่ลงตัว หรือถึงขั้นแตกหักกับฝ่าย “ชัช เตาปูน” ที่มี “ดำรงค์ พิเดช” และ “เสี่ยติ่ง” มงคล เลิศนุวัฒน์ จากพรรคพลังพลเมืองไทย เป็นแนวร่วม

ความจริงแล้ว การจะมีชื่อ “พี่เต้” หรือ “ลูกเอ็ม” เป็นว่าที่รัฐมนตรี ก็ไม่ได้ผิดกติกา หรือความเคยชินทางการเมือง ที่ใช้ “ระบบโควตา” เป็นตัวตัดสินแต่อย่างใด หากมีเสียง ส.ส.สนับสนุนเพียงพอ… เหมือนอย่างเช่น “พรรคลุงกำนัน” ที่มี ส.ส. 5 เสียง ก็ได้โควตา 1 เก้าอี้รัฐมนตรี หรือ พรรคชาติพัฒนา มี ส.ส. 3 เสียง ก็ส่ง “เทวัญ ลิปตพัลลภ” เป็นรัฐมนตรีได้…แล้วทำไมจะมี “ทั่นเต้” หรือ “ทั่นเอ็ม” ไม่ได้ หากเขามีเสียงสนันสนุนพอ

จะว่าไปแล้ว เรื่องนี้เป็นเพราะ “ลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ “กลัดกระดุมเม็ดแรกผิด” มาตั้งแต่ต้น ที่ใช้ระบบโควตา หรือใช้ “คณิตศาสตร์การเมือง” ในการแจกจ่ายเก้าอี้รัฐมนตรี ให้กับพรรคร่วมในการฟอร์มรัฐบาล…

เมื่อเป็นเช่นนี้ ในระดับพรรค จึงมีกลุ่มก๊วนต่างๆ ที่พยายามรวบรวม ส.ส. มาไว้ในกลุ่มของตัวเอง เพื่อใช้ต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรี …“พรรคพลังประชารัฐ” ที่เป็นแกนนำรัฐบาลนี่ยิ่งเป็นตัวอย่างที่เห็นชัด …ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มสามมิตร กลุ่มลูกกรอก กลุ่มสี่กุมาร กลุ่มเพชรบูรณ์ กลุ่มโคราช กลุ่มภาคตะวันออก กลุ่มภาคเหนือ กลุ่มภาคอีสาน…จนเป็นที่มาของการแย่งชิงอำนาจภายในพรรค ฟ้องสายตาประชาชนอยู่ในขณะนี้

การปรับ ครม.ในอนาคตที่ไม่ไกลนี้ หาก “ลุงตู่” ยังใช้ระบบโควตา ยังยึดหลักคณิตศาสตร์การเมือง … สมมติง่ายๆ “กลุ่มสี่กุมาร” ที่ถือว่าเพิ่งถูกโค่นอำนาจภายในพรรค แล้วจะหลุดจากเก้าอี้รัฐมนตรีกันทั้งหมด ตามที่มีกระแสข่าวออกมาหรือ …ทั้งๆ ที่กลุ่มนี้ก็มีเสียง ส.ส.สนับสนุนอยู่ไม่น้อยกว่า 20 เสียง

จะเป็นไปได้หรือไม่ว่า การปรับ ครม.ครั้งนี้ ซึ่งใครๆ ก็พูดกันเป็นเสียงเดียวว่า ขึ้นอยู่กับ “ลุงตู่” ที่มีอำนาจเด็ดขาด … ก็หวังว่า “ลุงตู่” ถือโอกาสนี้ เลิกระบบโควตา ทิ้งระบบคณิตศาสตร์การเมือง แล้วเลือกเฟ้นบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ ที่เป็นมืออาชีพ มาบริหารจัดการในสายงานที่ตรงกับความรู้ความสามารถของเขา เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ สังคม และปฏิรูประบบการเมือง หลังวิกฤตโควิด ตามที่ “ลุงตู่” ได้ประกาศ ว่าจะเป็น “รัฐบาลนิวนอร์มัล”

หวังว่าในอนาคตอันใกล้ เมื่อเปิดหน้า เปิดตัว ครม.ชุดใหม่ออกมา ประชาชน อย่าง ตาสี และ ยาสา จะมีแต่รอยยิ้ม ยินดีต้อนรับ ด้วยความชื่นชม ไม่ใช่ ร้องยี้ ส่ายหน้า ด้วยความระอาใจ !