ทัวร์ลงมิ้นท์ Iroamalone ทริปอัฟกา สุดระทึกตอลีบันบุก ต้องปิดสนามบิน

714

มิ้นท์ I Roam alone ต้องลบทุกโพสต์ทริปอัฟกานิสถาน หลังทัวร์ลง เตือนถึงความปลอดภัย เลขานุการทูตไทยในอิสลามาบัด โพสต์ถามถูกบล็อก ระบุแฟนคลับ อาจนำไปสู่อันตราย แทคเซฟมินท์ แทคตอลีบัน คนพื้นที่รู้แล้ว คนรวยอยู่ที่นั่น สุดระทึก ระหว่างเที่ยวฮารัตกลุ่มตอลีบันบุกยึดเมือง ต้องปิดสนามบินเดินทางออกไม่ได้

กลายเป็นดราม่าในโลกโซเชียล กรณีมิ้นท์ I Roam alone ยูทูบเบอร์ชื่อดัง เดินทางไปเยือนอัฟกานิสถาน ประเทศที่คุกรุ่นด้วยไฟสงคราม โดยเธอได้โพสต์แรกของการเดินทางที่ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ ระบุว่า ไปทำวีซ่าเดินทางเข้าไปอัฟกานิสถาน

‘ตัดสินใจไป เพราะนี่อาจจะเป็นโอกาสสุดท้ายที่ได้ไป ถ้าตาลีบันยึดประเทศกลับไปได้ อนาคตก็ไม่รู้จะได้ไปอีกมั้ย ก็จะต้องเดินทางอย่างระมัดระวังมากๆเลย
ถ้าพูดถึงอัฟกานิสถาน ที่นี่มีธรรมชาติที่สวยมากนะ เมือง อาหาร สถาปัตยกรรมก็ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก แต่ที่น่าสนใจที่สุดสำหรับมิ้นท์ คือ ความเป็นอยู่ของผู้คนและความซับซ้อนทางสังคมที่ขัดแย้งกันอยู่ จนอยากจะไปให้เห็นกับตาประเทศนี้ถูกจัดอันดับให้เป็นประเทศที่ ‘คนมีความสุขน้อยที่สุดในโลก’ และเป็น ‘ที่ที่แย่ที่สุดสำหรับการเกิดเป็นผู้หญิง’ แต่ก็ยังเป็น ‘ที่ที่คนมีน้ำใจและดูแลแขกมาเยือนดีมากๆ’

มิ้นท์อยากจะไปรู้ว่า ประเทศที่ ‘คนมีความสุขน้อยที่สุดในโลก’ เขาอยู่กันยังไงและเกิดอะไรขึ้น คอรัปชั่น สงคราม? ประเทศที่ติดอันดับ ‘ที่ที่แย่ที่สุดสำหรับการเกิดเป็นผู้หญิง’ แล้วถ้าผู้หญิงแบบเราไปจะเจออะไรบ้าง? และที่สำคัญที่สุด คือ อยากรู้ว่าที่นี่มีแค่สงครามอย่างเดียวหรือจริงๆมีอย่างอื่นให้รู้จักมากกว่านี้แต่ละวันคนเขาอยู่กันอย่างไร อาหารรสชาติเป็นยังไง มีชีวิตธรรมดาๆแบบที่อื่นไหม และท่ามกลางสงครามแบบนี้ อะไรคือความหวังหรือความสุขในชีวิต’ มิ้นท์โพสต์ถึงเหตุผลการเดินทางเยือนอัฟกานิสถาน ก่อนจะลบโพสต์ในเวลาต่อมา

ข้อความที่มิ้นท์ ระบุถึงอัฟกานิสถาน ในบางมุมมองถูกตั้งคำถามในหลายข้อความว่าการเดินทางไปแบบเธอ จะได้เห็นข้อมุลข้อเท็จจริงได้มากน้อยแค่ไหน อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่มีการตั้งคำถามและ มีคำเตือนเยอะ คือ เรื่องความปลอดภัย ซึ่งมินท์ได้โพสต์ยืนยันว่าเดินทางได้ตรวจสอบแล้ว มีความปลอดภัย รวมทั้งแม่และยายของเธอก็ไม่ห่วงกังวล และได้บล็อกคนที่เตือนหลายๆคน รวมทั้ง เลขานุการทูตไทยในอิสลามาบัด ที่เข้ามาถามเรื่องการเดินทาง หากมีปัญหาสถานทูตไทยจะได้ช่วยเหลือได้ ดดยสถานเอกหอัคราชทูตไทยในอิสลามาบัด เป็นผู้รับผิดชอบประเทศอัฟกานิสถาน แต่ถูกสวนกลับ และบล็อกเลขานุการทูต

‘หากเธอถูกจับตัวไป ก็เป็นภาระของรัฐบาลไทยที่จะต้องหาทางช่วยเหลือ หรือหากเธอตายก็เป็นภาระท่่จะหาทางวนำศพเธอกลับประเทศ’ คนไทยในเยอรมัน ซึ่งได้รับรู้ถึงความยากลำบากของทหารเยอรมันในการเข้าช่วยเหลือคนเยอรมนี ที่ถูกจับตัว โพสต์ข้อความเตือน

มิ้นท์ ได้โพสต์การเดินทางไปเยือนฮารัต เมืองทางตะวันตกเฉียงเหนือของอัฟกานิสถาน ห่างจากกรุงคาบูลพอสมควร ซึ่งระหว่างเยือนฮารัต กลุ่มติดอาวุธตคอลีบัน ได้บุกเข้ายึดอำเภอกุซรา ในฮารัต ซึ่งมิ้นท์ได้โพสต์ระบุว่า สนามบินปิดต้องรออีก 2-3 วันถึงจะออกจากสนามบินได้ ซึ่งมติชนได้นำไปลงข่าวระบุว่า กลับไทยไม่ได้ มินท์ได้โพสต์สวนว่า ลงข่าวโดยไม่รู้ข้อมูลจริง ซึ่งมติชนได้โพสตฺระบุว่า มินท์โพสต์ในข้อความที่คลุมเครือเอง ขณะที่มีคำเตือนไปยังแฟนคลับมินท์ ที่ได้แทคเซฟมินต์ และแทคตอลีบัน ซึ่งการแทคคำว่าตอลีบัน ถูกเสิร์ชเจอโดยคคนในพื้นที่ จะทำให้เธอเกิดอันตรายได้ ทำให้คนพื้นที่รับทราบว่า มีคนรวยอยู่ในพื้นที่แล้ว

กรุณา บัวคำศรี ผู้ประกาศข่าวต่างประเทศ ที่มีประสบการณ์เดินทางไปทำข่าวในพื้นที่สงครามระบุว่า มีคนถามหลังไมค์ว่า ทำอย่างไรเมื่อต้องเข้า
ไปทำข่าวในพื้นที่สงคราม
ไม่ว่าจะเป็นซีเรีย อัฟกานิสถาน อิรัก วิธีหนึ่งที่เราและนักข่าวต่างชาติส่วนใหญ่ใช้ คือการ embedded หรือฝังตัวไปกับกองกำลังของประเทศนั้นๆ หรือกองกำลังของประเทศพันธมิตร เช่น สหรัฐ อังกฤษ หรือกองกำลังนาโต้ โดยจะมีกฎกติกาที่ต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัดว่าอะไรทำได้ และอะไรทำไม่ได้ ทั้งหมดนี้เพื่อรักษาชีวิตของทุกคน

อย่างไรก็ตาม เธอระบุว่า อีก 2-3 วัน สนามบินก็จะเปิดได้ และต่อมาได้ลบทุกโพสต์ที่เธอ ได้โพสต์เกี่ยวกับการเดินทาง

ด้านล่างเป็นโพสต์ของ Chatechenko Yingkiattikun ที่ได้สรุปทริปอัฟกานิสถานของมินท์ไว้

สรุปดราม่า “ฉันจะไปอัฟกันไปดูตาลีบันตัวเป็นๆ”ของ I Roam Alone
.
– กลับจากสหรัฐฯหลังจากไปฉีดไฟเซอร์ แล้วอยากไปอัฟกานิสถาน เพราะอยากไปดูประเทศที่ไม่มีความสุขมากที่สุดในโลกแฟนๆท้วงว่าจะไปจริงๆหรอตอนนี้ไฟสงครามระอุ
– ไปถึงระยะนึงโพสต์ทำนองว่า ตอนนี้ตาลีบันบุกไม่ไกลที่พัก ไกด์คิดว่าไม่น่ารอดอาจฆ่าตัวตาย ไฟลท์บินก็ยกเลิก
– คนเริ่มมาท้วงว่าแล้วจะไปทำไมนี่มันอันตราย ไปก็ลำบากคนอื่น สื่อระดับโลกเขายังไม่ไป โดนจับไปก็ลำบากรัฐต้องไปเจรจาค่าไถ่อีก เวลาสื่อใหญ่ๆไปเขามีแบ๊กอัพเป็นสถาบันสื่อหรือถ้าจะไปควรไปกับUN อันนี้ไปทำ “คอนเทนต์ส่วนตัว”
– อยู่ประเทศไทยไม่เข้าใจปัญหาเชิงโครงสร้าง เชิงระบบ พอไปอัฟกานิสถานไม่กี่วัน บรรลุเลยถึงความเหลื่อมล้ำ
– แฟนคลับเอาทัวร์ไปลงคนด่า
– มติชนเอาไปตีข่าวว่า บล็อกเกอร์ดังอยู่ในเขตใกล้ตาลีบันออกไม่ได้
– ทำโพสต์ชี้แจง ว่าโหไม่ต้องห่วงเราไปมาแล้วทั่วโลก ไม่กลัวอะไร ขออภัยที่ทำให้เป็นห่วง จริงๆไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้น (อ้าว) โพสต์แรกระทึกยังกะหนัง Argo โพสต์ต่อมาสดใสฟุ้งฟิ้งๆยังกับ Life of Walter Mitty
– คนไหนโพสต์แย้ง ลบ บล็อก เน้นเหลือแต่คำชม
-ตั้งโพสต์ด่ามติชนรายงานหาว่าพาดหัวข่าวบิดเบือนขอให้ขอโทษ ตัวแทนมติชนมาเม้นต์ว่าคุณโพสต์ให้มันดูคลุมเครือเองไม่ใช่หรอ
– ทัวร์ไปลงมติชน ส่วนตัวเองลบโพสต์ที่พูดถึงมติชน
– มีคนถามว่าที่สถานการณ์เป็นแบบนี้ติดต่อกับทูตบ้างหรือยัง เพราะในอัฟกานิสถานไม่มีสถานทูตไทย ไปติดต่อใครว่าจะมีคนมารับ

– ไปปากแจ๋วใส่บอกว่า ติดต่อสถานทูตอัฟกานิสถานในประเทศอื่นสิ ทำไมต้องไปติดต่อทูตไทย ทัวร์ตามไปลงคนมาเม้นต์หาว่าไม่รู้เรื่อง พี่มิ้นต์เขาเดินทางบ่อยเก่งสุด พี่มิ้นต์สู้ๆ
– เฉลยจ้าคนที่มาเม้นต์คือคนทำงานด้านการทูตในแถวอัฟริกา และก็มาสอนว่ามันต้องติดต่อที่ไหน ติดต่อที่อิสลามาบัดไหมมันใกล้สุด
.
ครับ ทั้งหมดนี้เกิดในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง สุดยอดไปเลย คือบางทีการเดินทางมันทำให้คนเราคิดไปเองว่าเรารู้อะไร โดยหลายๆครั้งเราก็ลืมไปว่าเราไม่รู้อะไร และที่สำคัญเมื่อเดินทางบ่อยๆเราก็จะพบว่า “เราไม่ใช่ศูนย์กลางของโลก” และโลกก็ไม่ได้หมุนรอบๆตัวเรา
.
ป.ล.เราไม่ควรเอาชีวิตที่น่าสงสารของเขามาทำคอนเทนต์ให้ตัวเอง เขาเป็นคนไม่ใช่ “สวนสัตว์มนุษย์” (Human Zoo) อ่ะ