เพนกวิน รอผลตรวจโควิด รอบ 6-ราชทัณฑ์ปฏิเสธผู้คุมทำร้ายผู้ต้องขัง

21

“ราชทัณฑ์” เผย “อานนท์” ลุ้นรอผลตรวจเชื้อโควิด – ๑๙ ครั้งที่ ๖พร้อมแจงผลสอบข้อเท็จจริงผู้คุมเรือนจำชั่วคราวรังสิตใช้กำลังทำร้ายผู้ต้องขังใหม่ไม่เป็นความจริง เป็นกรณีผู้ต้องขังทำร้ายกัน พร้อมสั่งลงโทษผู้ต้องขังที่กระทำผิดแล้ว

วันศุกร์ที่ ๑๗ กันยายน 2564 เวลา 1๑.00 นาฬิกา นายธวัชชัย ชัยวัฒน์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ และโฆษกกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า กรมราชทัณฑ์ ขอรายงานสถานการณ์ และการควบคุมดูแลตัวผู้ต้องขัง ที่เป็นกลุ่มผู้ชุมนุมที่ออกมาเรียกร้องทางการเมือง เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ดังนี้
กลุ่มผู้ชุมนุมทางการเมืองที่ติดเชื้อโควิด – 19 ที่ถูกส่งตัวเพื่อเข้ารับการรักษาที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ จำนวน ๒ ราย คือ นายเวหา แสนชนชนะศึก และนายอมร อมรรัตนานนท์ โดยในวันนี้แพทย์ประจำ ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ได้เข้าตรวจร่างกาย พบว่า นายเวหาฯ รู้สึกตัวดี ถามตอบรู้เรื่อง ช่วยเหลือตัวเองได้ ไม่มีอาการหอบเหนื่อย สีหน้าสดใส ยิ้มแย้มพูดคุย ไม่มีไข้ ไม่ไอ ไม่มีน้ำมูก นอนหลับพักผ่อนได้ รับประทานอาหารได้ อาการจมูกไม่ได้กลิ่นของผู้ป่วยเริ่มดีขึ้น ลิ้นรับรสได้ปกติ ในด้านนายอมรฯ รู้สึกตัวดี ถามตอบรู้เรื่อง ช่วยเหลือ ตัวเองได้ ไม่มีอาการหอบเหนื่อย ไม่มีไข้ ไม่ไอ ไม่มีน้ำมูก นอนหลับพักผ่อนได้ดี รับประทานอาหารได้ มีอาการจมูก ไม่ได้กลิ่น ลิ้นรับรสได้ลดลง พยาบาลได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับโรคเบาหวานซึ่งเป็นโรคประจำตัวของผู้ป่วย และอาการของโรคโควิด – 19 โดยทั้งสองคนมีสัญญาณชีพและค่าออกซิเจนในเลือดอยู่เกณฑ์ปกติ
นายธวัชชัยฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ด้านนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ มีคำสั่งให้ปล่อยตัวชั่วคราวแต่มีหนังสือยกเลิกการอายัดตัว และผู้ต้องหายังมีหมายขังระหว่างไต่สวนมูลฟ้องหรือพิจารณาของศาลอาญาอีก ๑ คดี จึงยังไม่สามารถปล่อยตัวได้ ขณะนี้อยู่ระหว่างเรือนจำฯ ทำหนังสือขออนุญาตกรมราชทัณฑ์เพื่อย้ายไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร นายพริษฐ์ฯ จึงถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำอำเภอธัญบุรี สุขภาพโดยรวมปกติ รับประทานอาหารได้ สัญญาณชีพและค่าออกซิเจนในเลือดอยู่เกณฑ์ปกติ ในส่วนกลุ่มผู้ชุมนุมที่ถูกควบคุมอยู่ที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง จำนวน ๒ คน คือ นายอานนท์ นำภา และนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา พบว่า นายอานนท์ฯ ไม่มีอาการเจ็บป่วย นอนพักผ่อนได้ตามปกติ สุขภาพโดยรวมแข็งแรงดี ตรวจหาเชื้อโควิด – 19 ครั้งที่ ๖ อยู่ระหว่างรอผลตรวจจากทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ และนายจตุภัทร์ฯ ที่อยู่ระหว่างการแยกกักตัวต่ออีก 14 วัน สำหรับสังเกตอาการผู้ที่หายจากการติดเชื้อโควิด – 19 สามารถนอนหลับได้ตามปกติ สุขภาพโดยรวมแข็งแรงดี ไม่มีอาการเจ็บป่วย
นายธวัชชัยฯ กล่าวปิดท้ายถึงกรณีที่นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ ระยอง เปิดเผยถึงการใช้ความรุนแรง ในเรือนจำมีเจ้าหน้าที่ผู้คุมรายหนึ่งใช้กำลังทำร้าย ทุบตี เตะ ต่อย และด่าทอผู้ต้องขังใหม่เป็นเวลานาน ขณะที่เจ้าหน้าที่ อีกรายไม่มีท่าทีจะห้ามปราม โดยเหตุเกิดที่เรือนจำชั่วคราวรังสิต เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ๒๕๖๔ ซึ่งกรณีดังกล่าว เมื่อวันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๖๔ กรมราชทัณฑ์ ได้ชี้แจงลำดับเหตุการณ์พร้อมแจ้งว่าอยู่ระหว่างการตั้งคณะกรรมการ สอบสวนเจ้าหน้าที่และผู้ต้องขัง นั้น ขณะนี้เรือนชั่วคราวรังสิต สังกัดเรือนจำอำเภอธัญบุรี ได้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง และดำเนินการสอบปากคำผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง จำนวน ๑๔ ราย พบว่า เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2564 เวลาประมาณ 18.00 นาฬิกา เรือนจำชั่วคราวรังสิต ในสังกัดเรือนจำอำเภอธัญบุรี ได้รับตัวผู้ต้องขังเข้าใหม่ จำนวน 7 คน ซึ่งรวมถึงผู้ต้องขัง ผู้ที่ถูกกล่าวอ้างว่าถูกเจ้าหน้าที่ทำร้ายร่างกายด้วย โดยผู้ต้องขังรายนี้มีอาการสับสนพูดคุยวกไปวนมาอ้างว่าตัวเองมีเวทมนต์คาถา ซักถามประวัติการดื่มสุราให้การว่าดื่มสุราวันละ ๓๐ ซีซี สูบบุหรี่ ๑๐ ม้วนต่อวัน ขณะซักถามประวัติไม่พบอาการก้าวร้าวเอะอะโวยวายแต่อย่างไร พัศดีเวรฯ จึงให้นำไปขังรวมกับผู้ต้องขังเข้าใหม่อีก ๖ คน
/ต่อมาเวลา…
-๒-

ต่อมาเวลาประมาณ ๒๒.๐๐ น. ผู้ต้องขังเข้าใหม่รายนี้ส่งเสียงดังเอะอะโวยวายทำลายแผ่นใสกั้นห้อง ก๊อกน้ำ เขย่าลูกกรงตาข่าย เพื่อที่จะกลับบ้าน ทางพัศดีเวรฯ และเวรฯ ผลัดที่ 1 ได้สั่งการให้ผู้ช่วยงานแต่งชุดป้องกันการติดเชื้อ โควิด (PPE) นำตัวผู้ต้องขังเข้าใหม่ไปคุมขังที่ห้อง 1/5 แต่ในช่วงที่เข้าไปนำตัวออกจากห้อง 2/8 เกิดเหตุการทะเลาะวิวาทผู้ต้องขังทำร้ายร่างกายซึ่งกันละกัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ได้สั่งห้ามปรามจนเรื่องสงบลงและไม่มีการทำร้ายร่างกายผู้ต้องขังตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด ซึ่งจากกรณีที่เกิดขึ้นในส่วนของผู้ต้องขังที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ถือว่ามีเจตนาในการกระทำผิดกฎระเบียบและข้อบังคับของทางเรือนจำโดยชัดแจ้ง จึงสั่งลงโทษทางวินัยผู้ต้องขังที่กระทำผิด และในส่วนของเจ้าหน้าที่ ผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องดังกล่าวได้ส่งสำนวนผลการสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดให้กรมราชทัณฑ์พิจารณาต่อไป