“ปลอดประสพ” หนุน “ชัชชาติ” เตือน”พี่เอ้” เยอะไปนิด ขอ”อัศวิน” พอได้แล้ว

73

“ปลอดประสพ” อดีตรองนายกฯ และ แกนนำ พท.เขียนถึงว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. แนะ “พี่เอ้” ลีลาเยอะไป ส่วน “อัศวิน” พอได้แล้ว แต่เชื่อ “ชัชชาติ” จะทำ กทม.ดีขึ้น เผยเคยถูกทาบทามให้ลงชิงเก้าอี้นี้ แต่ได้ปฏิเสธ

วันที่ 15 ธ.ค.2564 ปลอดประสพ สุรัสวดี อดีตรองนายกรัฐมนตรี และ แกนนำพรรคเพื่อไทย เขียนข้อความแสดงความเห็นเรื่องการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ ระบุว่า

เอาไงดี ผู้ว่า กทม.

ผมเเละคนจำนวนไม่น้อยรู้มานานเเล้วว่า คุณณรงค์ศักดิ์ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานีขาดคุณสมบัติการสมัครลงเป็นผู้ว่า กทม. เพราะไม่มีทะเบียนบ้านในกทม. ครบหนึ่งปี เเละคนที่รู้ดีที่สุดเเละก็รู้มานานทุกลมหายใจก็คือตัวคุณณรงค์ศักดิ์เอง เเต่เเปลกที่ไม่ยอมพูดมาเเต่เเรก เพิ่งมาพูดเมื่อวันที่ 14 ธันวาคมนี้เอง หลังเป็นข่าวว่าจะลงผู้ว่ากทม. มานับเดือน

คำถามก็คือ มีอะไรอยู่เบื้องหลังหรือไง หากจะให้ผมเดาก็น่าจะเป็นว่า ต้องการให้คน กทม.เห็นความตั้งใจของ พปชร. ว่าใส่ใจเเละเอาจริงนะ เเต่เนื่องจากยังตกลงกับ พล.ต.อ. อัศวินไม่ได้ จึงพะชื่อคุณณรงค์ศักดิ์ไว้ก่อน จนน้ำท่วมปากเเล้วคุณณรงค์ศักดิ์จึงต้องพูดออกมา เเต่ก็ทำให้ฉายาผู้ว่าหมู่ป่าเสียหายไปไม่น้อยเลย

ยังมีอีกท่านหนึ่งที่อยากเตือนเเละให้สติก็คือท่านศาตราจารย์ ดร.สุวัชชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ท่านเป็นผู้มีคุณสมบัติและรูปสมบัติดีเลิศอยู่แล้ว ซึ่งผมเองก็ชื่นชมแม้จะไม่เคยรู้จักเป็นการส่วนตัว สำหรับนโยบายที่ท่านประกาศออกมาก็ฟังดูดีมีประโยชน์ เพียงเเต่ท่านเล่นบทนักการเมืองเร็วไปหน่อย แสดงท่วงทีขึงขังจริงจังมากไป (over action) จนมองดูเป็นเหมือนเล่นละคร ผมว่า อาจารย์รักษาภาพลักษณ์ของการเป็นอาจารย์เเบบเดิมน่ะดีอยู่เเล้ว เพราะจะมองดูน่ารักเเละสุภาพ ส่วนการเเต่งตัวก็คงไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนให้เป็นเเบบ Steve Jobs หรอก อาจารย์น่ะหล่ออยู่เเล้ว แถมเรื่อง Advisor ของอาจารย์ที่ว่าเป็นญาติกับ Albert Einstein ท่านคิดอย่างไรจึงพูดอย่างนั้น มันจะเสียหายนะครับ

สำหรับ พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง ผมว่าท่านพอเถอะ ท่านต้องยอมรับว่า ตำเเหน่งท่านเป็นผลพวงมาจาก คสช.นาน 7 ปีเเล้ว (นานมากนะโยม) ขณะนี้สภาผู้เเทนฯเขากำลังอภิปรายเพื่อเสนอให้มีพรบ. ยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่ผิดเพี้ยนจากกฎหมายที่เป็นหลักสากลอยู่ แล้วท่านจะมาพายเรือทวนน้ำทำไม เเถมยังจะเสียเงินเเละผลค่อนข้างจะไม่ได้เอาเเน่นอนด้วย

กลับมาที่ พปชร. อีกนิด (กรุณาอย่าหาว่าเสือกเลย) ผมว่าไหนๆก็ไหนๆเเล้ว ส่งสุภาพสตรีลงเลย พรรคท่านก็มีผู้หญิงเก่งเป็น สส.กทม อยู่เเล้วหลายคน ไม่เเน่นะครับ เผลอๆจะได้เอา

สำหรับ ดร.ชัชชาติ ผมไม่มีอะไรจะวิจารณ์มีเเต่ความรักเเละความปรารถนาดี เพราะเคยตกระกำลำบากมาด้วยกัน หากจะให้มีคำเเนะนำเล็กๆเพราะวิจารณ์คนอื่นไปทั่วเเล้ว เดี๋ยวจะหาว่า ซูเอี๋ยออกหน้าออกตา คำเเนะนำก็คือ พูดอะไรให้เป็นรูปธรรมมากขึ้นอีกเยอะๆเเละขยายความวิธีปฏิบัติที่ทำได้จริงเเละมีเทคนิค สนับสนุน ซึ่งท่านสามารถทำได้อยู่เเล้ว

ที่ผมเลือกเขียนเรื่องผู้ว่า กทม. ในวันนี้ก็เพราะบิดาเคยเป็นปลัดจังหวัดพระนคร (กทม.ปัจจุบัน) มาเมื่อ 70 ปีมาเเล้ว เเละตัวผมเองก็เฉียดฉิวจะลงสมัครผู้ว่ากทม.มาถึง 3 ครั้ง 3 ครา ตั้งเเต่ครั้งเเรกอายุ 40 ขณะเป็นอธิบดีกรมประมงจนโอกาสสุดท้ายเมื่อ เริ่มเล่นการเมืองใหม่ๆ (ผมปฏิเสธเองเพราะดันมาทาบทามตอนกำลังจะพัต goltอยู่พอดี) คนเราเมื่อไม่มีบุญวาสนา อะไรที่ไม่ใช่ของเราก็คือไม่ใช่ของเรา (ผมเเก่จนปลงเป็นเเล้ว)

สุดท้ายที่อยากฝากถึงCandidates ผู้ว่า กทม. ทุกท่านคือ (1) กทม.ชักจะเเก่มีอายุ 250 ปีเเล้ว ท่านต้องทำหนุ่มทำสาวให้เเล้วครับ (2) คิดเรื่องกรุงเทพอาจจมน้ำทะเลอย่างจริงจัง เพื่อเป็นพื้นฐานของคนรุ่นต่อไป ซึ่งจะเจออย่างเเน่นอน (3) เปลี่ยนโครงสร้างต้นไม้ของ กทม. เถิดที่ปลูกมาน่ะ ผิดหมด (4) ต้องแก้คุณภาพอากาศ PM 2.5 ให้ได้ เป็นต้น