หน้าแรก ในประเทศ โครงการพระราชทาน”โคก หนอง นา แห่งน้ำใจและความหวัง”สร้างงานให้ผู้ต้องขัง

โครงการพระราชทาน”โคก หนอง นา แห่งน้ำใจและความหวัง”สร้างงานให้ผู้ต้องขัง

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ ผวจ.แม่ฮ่องสอน เป็นผู้แทนพระองค์ ในพิธีปิดโครงการพระราชทาน โคกหนองนาแห่งน้ำใจและความหวัง เรือนจำแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

วันที่ 25 ม.ค. 64 เวลา 14.00 น. ที่ โรงฝึกสูทกรรม เรือนจำแม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายสิธิชัย จินดาหลวง ผวจ.แม่ฮ่องสอน เป็นผู้แทนพระองค์ในพิธีปิดการฝึกอบรมโครงการพระราชทาน “ โคก หนอง นา แห่งน้ำใจและความหวัง” กรมราชทัณฑ์ รุ่นที่ 2 โดยมอบเกียรติบัตรให้ผู้ต้องหา104 คน ที่ผ่านการฝึกอบรมโครงการพระราชทาน ตามพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ. 2563 เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนม์พรรษา ณ เรือนจำแม่สะเรียง โอกาสนี้ ผวจ.แม่ฮ่องสอน ได้ให้โอวาทผู้ต้องราชทัณฑ์ ให้ทุกคนนำความรู้ที่ได้ไปประกอบอาชีพ การงานพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเองรวมทั้งเป็นกำลังสำคัญ ในการสร้างสรรค์ความเจริญให้แก่ชาติบ้านเมือง ต่อไป

สำหรับโครงการโคกหนองนา แห่งน้ำใจและความหวัง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้า โปรดกระหม่อม พระราชทานให้มีการฝึกโดยประยุกต์ใช้ทฤษฎีใหม่แบบชาวบ้าน บ้าน ปั้นโคก ขุดหนอง ทำนา เพื่อสร้างต้นแบบเกษตรทฤษฎีใหม่ในพื้นที่ขนาดเล็กโดยสามารถดำเนินการได้ในทุกเงื่อนไขของพื้นที่ และมุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนพื้นฐานความคิด การฝึกวินัย การลงมือปฏิบัติ ตลอดจนการแก้ปัญหา ในสถานการณ์จริง เพื่อให้ผู้ต้องขังสามารถพึ่งพาตนเอง และช่วยเหลือผู้อื่นที่ได้รับความเดือดร้อนได้ เมื่อ พ้นโทษออกไปภายนอก

โครงการ“ โคก หนอง นา แห่งน้ำใจและความหวัง” กรมราชทัณฑ์ รุ่นที่ 2 เป็นความร่วมมือระหว่าง กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย และกรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม เพื่อสนอง พระราชปณิธาน และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อเปิดโอกาสให้กลุ่มนักโทษเด็ดขาด ที่คาดว่าจะได้รับ พระราชทานอภัยโทษ และจะพ้นโทษในปี 2564

มีความรู้ความเข้าใจ ส่งเสริมทักษะ ทางการเกษตรทฤษฎีใหม่ในพื้นที่ขนาดเล็ก โดยสามารถบริหารจัดการพื้นที่สำหรับทำการเกษตรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด เป็นแนวทางให้ผู้ต้องขังสามารถพึ่งตนเองได้ มองเห็นโอกาสในการประกอบ สัมมาชีพภายหลังพ้นโทษ ตลอดจนเกิดความภาคภูมิใจในสิ่งที่ตนได้ลงมือทำ เป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่ผู้อื่น ไม่หวนกลับไปกระทำความผิดซ้ำอีก สมดังพระราชปณิธานคืนคนดีสู่สังคมอย่างยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม