หน้าแรก รายงานพิเศษ พลิกตำนาน! รธน. อาณาจักรไทย ร.7 ทรงให้ จารึกใน “สมุดไทย”

พลิกตำนาน! รธน. อาณาจักรไทย ร.7 ทรงให้ จารึกใน “สมุดไทย”

เปิดตำนาน รัฐธรรมนูญ “ใบข่อย” ฉบับ ถาวร ของราชอาณาจักรไทย ร.7 ทรงให้เขียนลงใน “สมุดไทย” เพราะถือว่าเป็น “ของขลัง”ต่อการปกครอง ระบอบประชาธิปไตย

10 ธันวาคม วันรัฐธรรมนูญ ย้อนไปเมื่อวันเดียวกันนี้ เมื่อพุทธศักราช 2475 ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม ชั้นบนซึ่งเป็นห้องโถงใหญ่ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินมาพระราชทานรัฐธรรมนูญฉบับถาวรฉบับแรก ด้วยพระองค์เอง เพื่อใช้แทนรัฐธรรมนูญชั่วคราวที่เรียกว่า “พระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว พ.ศ. 2475”

การเกิดขึ้นของรัฐธรรมนูญฉบับถาวร 10 ธันวาคม พ.ศ.2475 นี้ มีที่มาจากเมื่อ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2475 ครั้งมี สภาผู้แทนราษฎรชุดแรกที่มีการประชุมครั้งแรกในวันนั้น ได้มีการดำเนินงานที่สำคัญที่นอกจากตั้งรัฐบาลชุดแรก คือ รัฐบาลของพระยาโนปกรณ์นิติธาดาแล้ว ก็คือการตั้งคณะอนุกรรมการสภาไปทำหน้าที่ร่างรัฐธรรมนูญ ดังที่มีการบันทึกเล่ากันสืบมาในประวัติศาสตร์การเมืองไทยที่ว่า ในวันนั้นหลวงประดิษฐ์มนูธรรมได้เสนอต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรว่า “ธรรมนูญการปกครองแผ่นดินฉบับนี้เป็นธรรมนูญชั่วคราว เพราะได้สร้างขึ้นมาด้วยเวลากระทันหัน อาจมีข้อบกพร่องได้ จึงควรจะได้ตั้งผู้มีความรู้ความชำนาญตรวจแก้ไขเพิ่มเติมเสียใหม่”

ที่ประชุมเห็นชอบ จึงได้ตั้งคณะอนุกรรมการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ จำนวน 7 คน ประกอบด้วย

พระยามโนปกรณ์นิติธาดา

พระยาเทพวิทุรพหุลศรุตบดี

พระยามานวราชเสวี

พระยานิติศาสตร์ไพศาลย์

พระยาปรีดานฤเบศร์

หลวงประดิษฐ์มนูธรรม

นายพันตรีหลวงสินาดโยธารักษ์

ต่อมาในเดือนกันยายนปีเดียวกัน พระยามโนปกรณ์นิติธาดาประธานกรรมการราษฎรได้เสนอต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ให้ตั้งพระยาศรีวิศาลวาจา กับนายพลเรือโทพระยาราชวังสัน เพิ่มเติม เป็นอนุกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ทำให้คณะอนุกรรมการร่างรัฐธรรมนูญมีจำนวนทั้งหมดเป็น 9 คน

คณะอนุกรรมการร่างรัฐธรรมนูญได้จัดการร่างรัฐธรรมนูญอย่างรวดเร็ว พอถึงต้นเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2475 ก็สามารถร่างรัฐธรรมนูญได้เรียบร้อย นำเสนอร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยามต่อสภาผู้แทนราษฎรได้ในวันที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2475 โดยให้เวลาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรรับร่างไปอ่านประมาณ 10 วัน และได้นำร่างรัฐธรรมนูญกลับมาเข้าสภาผู้แทนราษฎรเพื่อเริ่มพิจารณารายละเอียดอีกในวันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2475 หลวงประดิษฐ์มนูธรรมได้เสนอให้สภาพิจารณาทุกวันตั้งแต่เช้าจนเย็น เพื่อจะได้พิจารณาให้เสร็จเรียบร้อยภายในเวลาสิ้นเดือนพฤศจิกายน เนื่องจากมีฤกษ์วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญแล้วว่าเป็นวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2475

สำหรับประเด็นฤกษ์ยามนี้ พระยามโนปกรณ์เป็นผู้บอกกับที่ประชุมสภาว่า

“…เมื่อได้นำร่างรัฐธรรมนูญนี้ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายทอดพระเนตรทรงมีรับสั่งว่าเป็นที่พอพระราชหฤทัย และได้ทรงแนะนำว่าการประกาศรัฐธรรมนูญนั้น เป็นของสำคัญยิ่งใหญ่ ควรจะมีพิธีรีตอง จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้โหรหลวงหาฤกษ์ยาม ได้ 3 ฤกษ์ ฤกษ์ 1 ตกวันที่ 1 ธันวาคม ฤกษ์ 2 ตกวันที่ 10 ธันวาคม ฤกษ์ 3 ไปตกกลางเดือนมกราคม จึงได้คิดว่าสำหรับฤกษ์หนึ่งนั้นเวลากระชั้นเกินไปคงไม่ทัน จึงได้กำหนดเป็นวันที่ 10 ธันวาคม … โดยที่ทรงเห็นว่ารัฐธรรมนูญนั้นเป็นของศักดิ์สิทธิ์และเป็นของที่ควรจะให้ขลัง เพราะฉะนั้นต้องการเขียนใส่สมุดไทยซึ่งจะกินเวลาหลายวัน…”

กระทั่ง การพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรเรียบร้อย

พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จไปประทับลงพระปรมาภิไธย ประกาศใช้รัฐธรรมนูญที่พระที่นั่งอนันตสมาคม ในวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2475 โดยมีพระยามโนปกรณ์นิติธาดา ประธานกรรมการราษฎรเป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

*** ข้อมูลส่วนหนึ่งจากบทความ พระที่นั่งอนันตสมาคม (เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2475) โดย ศาสตราจารย์พิเศษ นรนิติ เศรษฐบุตร เผยแพร่ในฐานข้อมูลการเมืองการปกครอง สถาบันพระปกเกล้า